ออกแบบเสื้อผ้าชุดลำรอง

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

ออกแบบเสื้อผ้า

เสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์เกาหลี

Fashion design

Fashion design ชุดแฟนซี

Fashion design

เสื้อผ้าแฟชั่น ออกแบบเสื้อผ้า

Fashion design

Fashion design ชุดราตรี

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

ชุดใส่ทำงานสไตล์นักกิฬา

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

อ่านกระทู้ทั้งหมด ตั้งกระทู้ใหม่

วิธีเลิกยาเสพติดที่ถ้ำกระบอกได้ผลถึง 90 เปอร์เซ็นต์

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก สามารถไปติดต่อได้ทุกชนชาติ ทุกศาสนา เปิดทำการทุกวัน เวลา: 08.30 – 16.30 เบอร์โทรติดต่อ 0-3626-6067 , 0-3626-7198 (ควรไปติดต่อที่วัดเอง)
การเดินทาง : สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตาม เส้นทาง ถนนพหลโยธิน ประมาณ 25 กิโลเมตร หากไปจากตัวเมืองสระบุรีวัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 132-1


"คราวนี้ต้องเลิกให้ได้ ถ้าเลิกไม่ได้ต้องตายแน่ๆ เลิกเสพติดเสียทีดีแท้ ติดไปจนแก่คงจะแย่สักวัน"
ท่อนฮุกสุดฮิตเพลง "เลิกให้ได้" ของวงเอราวัณ เป็นที่รู้จักของคนไทยในปี 2527 ควบคู่ไปกับสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก ที่หลายคนรู้จักกันดีว่าเป็นสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดชื่อดัง
ระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร จากตัวเมืองสระบุรีไปตามถนนพหลโยธิน สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ต.ขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี วันนี้แตกต่างจากไปจากอดีตที่เป็นเพียงผืนดินรกร้างและภูเขาหิน ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นศาสนสถานที่มั่นคงและสิ่งปลูกสร้างใหญ่โต

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกมีความเป็นมาอย่างยาวนาน และมีเรื่องเล่าขานไม่รู้จบ แต่ปฐมบทแห่งบทโศลกแห่งชีวิตเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2497 พระสงฆ์ 7 รูปจากวัดคลองเม่าธรรมโกศล จ.ลพบุรี ธุดงค์ผ่านมาพบชาวบ้านกำลังเก็บขี้ค้างคาวอยู่บนถ้ำกระบอก เกิดพลาดท่าหินหล่นทับชาวบ้านคนหนึ่งจึงตรงเข้าช่วยเหลือ

ระหว่างนี้เอง พระอาจารย์จำรูญ ปานจันทร์ (โสรัจกัสสปะ) และ พระอาจารย์เจริญ ปานจันทร์ ที่อยากจะให้พระสงฆ์อยู่ร่วมกับสังคม ช่วยพัฒนาสังคม จึงผุดขึ้นในใจของพระทั้ง 2 รูป หลังจากไตร่ตรองอยู่นาน ประกอบกับทำเลของเทือกเขาโปร่งปราบเหมาะต่อการอยู่ใกล้ชิดกับสังคม 3 ปีต่อมา อุบาสิกาเมี้ยน ปานจันทร์ จึงเริ่มดำเนินการ เมื่อเสียชีวิตลง พระอาจารย์จำรูญ ซึ่งเป็นหลานจึงเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา

ต่อมาปี 2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีคำสั่งคณะปฏิวัติให้ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังให้หมดไปจากราชอาณาจักร มีการจับกุมคุมขังและลงโทษผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจัง ขัดแย้งกับความเห็นของพระอาจารย์จำรูญ ที่มองว่าการปราบปรามไม่สามารถกำจัดสิ่งเสพติดให้หมดไปได้ การลดละเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จะต้องมาจากจิตใต้สำนึกของคนเป็นสำคัญ แม้จะใช้กำลังบังคับขู่เข็ญแค่ไหนก็ไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ พระอาจารย์จำรูญจึงฝากข้อความไปถึงจอมพลสฤษดิ์ว่า "ปืนนั้นสู้บาตรไม่ได้หรอก จะเอาปืนไปปราบยาเสพติดก็ไม่ได้เช่นกัน"

เมื่อข้อความถูกส่งไปถึงจอมพลสฤษดิ์ สำนักสงฆ์แห่งนี้จึงกลายเป็นสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดไปในทันใด โดย พล.อ.อ.ทวี จุลทรัพย์ ได้ซื้อที่ดิน 32 ไร่เศษถวาย เพื่อจัดสร้างสถานบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยตั้งเงื่อนไขว่าผู้เข้ารักษาจะต้องเข้ารับสัจจะ ไม่สูบ ไม่เสพยาทุกชนิดโดยสมัครใจ และต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่ำ 15 วัน ไม่ก่อความวุ่นวายใดๆ ในสถานที่บำบัด และไม่อ้างสิทธิหรือความจำเป็นออกนอกบริเวณสถานบำบัด
การรักษาจะเริ่มด้วยการช่วยเหลือทางกาย โดย 5 วันแรกจะได้รับการบำบัดด้วยการดื่มยาสมุนไพร กลายเป็นที่มาของภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ เมื่อคนไข้ดื่มยาสมุนไพรแล้วดื่มน้ำตามเยอะๆ จนอาเจียนออกมาหมดไส้หมดพุง หลังจากนั้นจะถูกส่งไปห้องอบตัวสมุนไพร ประกอบด้วย ตะไคร้ ใบละหุ่ง หญ้าคา ผักบุ้ง ช่วยลดความตึงเครียดของประสาท และขับพิษออกจากร่างกาย

อีก 10 วันหลังคนไข้จะได้รับการรักษาทางจิตใจ พักฟื้น ปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถกลับเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ ด้วยวิธีการฟังธรรม กิจกรรมสันทนาการ ฝึกอาชีพ เป็นต้น นอกจากการรักษาแล้ว สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกยังมีกระบวนการหลังการบำบัด ด้วยการให้ทุนประกอบอาชีพ หลังออกไปอยู่ในสังคมปกติ โดยจะติดตามผลหลังการบำบัด ด้วยการติดต่อผู้ที่จบการบำบัดทุก 3 เดือนจนครบ 1 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ติดยาสามารถเลิกเสพยาได้จริง

"ทฤษฎีการรักษาผู้ป่วยยาเสพติดอยู่ที่หัวใจของผู้เสพเองว่าต้องการเลิกจริงจังแค่ไหน สถานบำบัดแห่งนี้มีผู้เลิกยาได้หลังจากเข้ารับการบำบัดถึง 85 เปอร์เซ็นต์" พระอาจารย์วิจิตร อัครจิตโต พระผู้ใหญ่ของสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก กล่าว

หลังจากถ้ำกระบอกเปิดเป็นสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจัง มีผู้ป่วยได้รับการบำบัดจนหายสนิทรุ่นแล้วรุ่นเล่า ในที่สุดสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก โดยพระอาจาย์จำรูญ ปานจันทร์ จึงได้รับรางวัลแมกไซไซ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2518 จนกลายเป็นฉายาเรียกขานพระอาจารย์จำรูญว่า "หลวงพ่อแมกไซไซ"

ปี 2519-2520 ทางการไทยพบว่ามีการระบาดของยาเสพติดตามภูเขาสูงสู่พื้นราบ โดยมีตัวการเป็นชนเขาเผ่าม้ง ทางการมีนโยบายปราบปรามอย่างหนัก สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกเห็นว่าน่าจะช่วยเหลือทางราชการได้ เลยไปรับม้งที่ติดยาเสพติดมาบำบัดฟื้นฟู กระทั่งปี 2525 มีการระบาดของผงขาวและเฮโรอีนไปทั่วโลก แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถบำบัดผู้ป่วยเหล่านี้ให้หายขาดได้ แพทย์ทางเลือกอย่างสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกจึงถูกจับตามองมากขึ้น

โดยเฉพาะในสายตาของชาวต่างชาติและกลุ่มเอ็นจีโอ ตลอดเวลามีคณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เดินทางมาดูการบำบัดอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือหน่วยงาน "ฮีส เวส ดีทอค" ของอังกฤษ ซึ่งให้การยอมรับว่าการบำบัดรักษาของถ้ำกระบอกสามารถทำให้ผู้ติดยาเสพติดหายขาดได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นหน่วยงานนี้ได้ส่งชาวอังกฤษเข้ามาบำบัดรักษาการติดยามาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทิม อมอลด์ (TIM AMOLD) นักร้องและนักจัดรายการชาวอังกฤษ ที่พยายามเข้ารักษาอาการติดยาเสพติดมาแล้วจากหลายสถาบันเป็นหนึ่งในนั้น เขาเดินทางมาเข้ารับการบำบัดที่สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกจนหายขาด ปัจจุบันเขากลายเป็นทูตรณรงค์ให้ชาวอังกฤษลดละเลิกยาเสพติด ก่อนไปจากถ้ำกระบอก เขาและเพื่อนๆ ได้แต่งเพลงรอยแรกจากแผ่นดิน โดยการแต่งโน้ตเพลงด้วยสำเนียงสูงต่ำจากแนวหินบนเขา มีการลอกลายแล้วนำมาเปรียบเทียบกับตัวโน้ตจนเป็นที่โด่งดังในเกาะอังกฤษในยุคนั้น

ปัจจุบันถ้ำกระบอกผ่านหนาวผ่านร้อนมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ แม้สังคมไทยจะมีโครงการวิวัฒน์พลเมืองขึ้นมาช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จนชื่อสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคมและผู้คนรอบข้าง ทว่าในจิตใต้สำนึกและอุดมการณ์อันแน่วแน่ สำนักสงฆ์แห่งนี้ยังคงเดินตามรอยของพระอาจารย์จำรูญ ปานจันทร์ อย่างมั่นคง
วันนี้ที่ถ้ำกระบอกยังมีเสียงอาเจียนโอ้กอ้าก เคล้าเสียงเพลงเลิกให้ได้ มีน้ำตาของผู้ทุกข์ทนจากยานรก มีรอยยิ้มแย้มของเหล่าผู้ชนะจากการฟันฝ่ามรสุมแห่งชีวิต มีมิตรไมตรีที่ภิกษุสงฆ์มอบให้แก่คนร่วมโลกโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แม้ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดจะแผกหน้าไปมาก ต่างไปจากอดีตก็เยอะ จากคนไทยหัวดำ ผิวเหลือง กลายมาเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว ผิวขาว ผมทอง เสียเป็นส่วนใหญ่ก็เพราะความสำเร็จส่วนหนึ่งเกิดจากเว็บไซต์ของสำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกถูกแปลและเผยแพร่ออกไปถึง 7 ประเทศ

แม้สำเนียงที่เปล่งออกมาจากปากของผู้หลงผิดจะผิดแผกไปบ้าง แต่เสียงหนึ่งซึ่งคล้ายคลึงกัน คือ จิตวิญญาณที่เพรียกร้องหาอิสรภาพจากสิ่งที่ตนเองเคยใหลหลง

"ไปไหนเขารู้กันทั่ว ถ้าขืนไปมั่วต้องช้ำจาบัลย์ เลิกเสพติดเสียทีทั่วกัน ถ้าเลิกไม่ได้นั้น ต้องตายแน่ๆ...เฮ้ย"

"เลิกยามันอยู่ที่ใจ"

"สมพงษ์" วัย 29 ปี ผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดจากถ้ำกระบอก ถูกครอบครัวบังคับให้เข้ารับการบำบัดมาแล้วหลายแห่ง เมื่อกลับออกไปใช้ชีวิตภายนอกก็กลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ เพื่อนชักจูงและใจไม่เข้มแข็งเลยหวนกลับไปใช้ยาเสพติดอยู่เรื่อยๆ

กระทั่งไปบำบัดที่ถ้ำกระบอกด้วยความสมัครใจ ในที่สุดก็ผ่านวิกฤติชีวิตครั้งนั้นมาได้ด้วยดี เช่นเดียวกับ "เอกรินทร์" วัย 40 ปี ที่ไปเลิกเฮโรอีนที่ถ้ำกระบอกเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ยอมรับว่า ก่อนเข้ารับบำบัดคิดแล้วคิดอีกว่าจะไปบำบัดดีไหม เพราะเห็นภาพการทรมานจากการสำรอกยาจนเกิดอาการหวาดเสียว แต่พอเข้าไปแล้วรู้สึกว่าดี เพราะได้อยู่ใกล้พระ อยู่ใกล้ธรรมะ เมื่อคิดดี ทำดี ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คมชัดลึก
From : Fortune Stars  
Email : IP : 49.228.128.xxx

ลบ




ความคิดเห็นที่ 1 From : Fortune Stars
รูปรอยการเกิดถ้ำกระบอกในอดีต
สิ่งแปลกประหลาดที่เราเห็น และคิดว่าสิ่งเหล่านี้คงเป็นรูปรอยลักษณะของการเกิดสิ่งดีๆ ของจริง

สิ่งนั้นก็คือ รูปรอยของการเกิดถ้ำกระบอกในอดีต ซึ่งเปิดรับรักษาผู้ป่วยยาเสพติดมาตั้งแต่ประมาณปี 2502 ถึงจะมีผลสำเร็จสูงสักปานใด ก็หาได้มีองค์กรจากภาครัฐ หน่วยงานใด มาเหลียวแลหรือเป็นหัวหอกตัวตั้งตัวตี ในการที่จะสนับสนุน เพืี่อเห็นแก่เพื่อนร่วมชาติใดๆ เลย

แลเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นข่าวร้าย หรือวิกฤตแห่งถ้ำกระบอกก็ได้มาเยือน คือ ข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดที่ในประเทศไทยมี นั่นคือ กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ อวดอุตริ ฯลฯ

ด้วยวิกฤตอันนี้ กลับกลายเป็นประเด็นจุดสนใจแก่ต่างชาติ จนอเมริกาต้องมาขอพิสูจน์ ด้วยการขอตัวยาจากถ้ำกระบอกไปตรวจสอบ และเมื่อผลการทดสอบปรากฎ กระบวนการพิสูจน์ทางปฎิบัติเพื่อยืนยัน โดยการส่งบุคคลที่ติดยาเสพติดจำนวน ๓๐ คน รวมทั้งรถปฏิบัติการและทีมแพทย์ เพื่อตรวจหาสารยาเสพติด ทั้งก่อนและหลังการฟื้นฟู ในช่วงระยะเวลา ๑๕ วัน จากการทดสอบครั้งนั้น ทำให้อเมริกาได้จัดสรรเงินมาช่วยในการบำบัดก้อนแรก ๑๐๐ ล้านบาท ถ้ำกระบอกจึงได้จัดสร้างโรงเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้ที่มาบำบัดได้เต็มที่ จนในที่สุด รัฐบาลจึงต้องยอมรับและอนุมัติให้เป็นสถานที่บำบัดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วันหนึ่งองค์กรต่างประเทศต้องได้มาเห็น และคว้าพุงปลาอันนี้ให้แก่ประชากรของเขา ดังคำของแม่ชีเมี้ยนที่ว่า ทองแท้ไม่แพ้ไฟ อยู่ที่ไหนก็ต้องมีคนเห็นค่า เราจึงมิอาจไม่ยอมรับในน้ำใจของท่านแม่ชีเมี้ยนและหลวงพ่อนิพนธ์ได้ ในประเด็นที่ว่า ท่านมีน้ำอดน้ำทนกับกลุ่มคนที่ไม่เคยเห็นค่าของสมุนไพรไทย และคำสอนที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า ทั้งที่ประกาศว่าเป็นเมืองพุทธ ด้วยคำประโยคเดียวคือ ทำไปเถอะลูก เพื่อทดแทนแผ่นดินเกิด สิ่งที่แม่ให้เอาไว้กู้ชาติ
ด้วยวลีนี้ย่อมหมายถึง ประเทศเราคงต้องก่อนฤา จึงจะเห็นค่าของสองสิ่งนี้ น่าเศร้าจริง ทำไมคนไทยที่บอกว่ามีน้ำใจงาม จึงลืมเลือนคนเช่นนี้ได้เร็วจริง
Date Time : 2011-09-18 23:05:23 IP: 49.228.128.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 2 From : Fortune Stars
ลำดับแรก คนติดยาจะเข้ามาที่นี่ได้ ต้องมีความสมัครใจ หากทราบว่าโดนบังคับหรือหลอกมา จะไม่รับไว้เด็ดขาด หลังจากนั้นก็จะให้คำสัจจะ ว่าจะไม่ไปเกี่ยวข้อง ไม่สนับสนุน เสพหรือค้าขายเสพติดอีก

วิธีในการรักษา อันดับแรกเลยก็คือ การใช้ "ยาตัดน้ำ" เป๊กเล็กๆในภาพข้างบนเมื่อกี้นั้นแหละ กินนำเข้าไปก่อนแล้วตามด้วยน้ำผสมสมุนไพรบำรุงหนึ่งขัน แล้วอาเจียนออกมา แล้วก็ตามด้วยน้ำอีกขัน
อาเจียนไปเรื่อยๆจนที่ออกมาใสไม่เป็นสีขุ่นจึงพอได้
วิธีนี้เป็นการล้างพิษขั้นแรก

ลำดับถัดไปก็จะเป็นการอบไอน้ำ สมุนไพรที่ใช้ในการอบได้แก่
ผักบุ้ง ใบละหุ้ง ตะไคร้หอม และหญ้าคา
นำไปผสมน้ำแล้วให้ผู้ป่วยนุ่งผ้าขาวม้าเข้าไปอบ (แยกชายหญิง) เป็นการขับพิษออกทางเหงื่อ รูขุมขน

แล้วสุดท้ายก็เป็นยาลูกกลอนชื่อว่า "ยาระเบิดน้ำลึก" เป็นยาระบายทานก่อนนอน ให้เช้ามาถ่าย
เป็นการขับพิษยาเสพติดออกทั้งสามทาง ให้ครบคอร์สเป็นเวลาอย่างต่ำ 15 วันเป็นอันจบหลักสูตร

หลังจากหายแล้วใครจะอยู่ต่อก็ได้ ค่ารักษาไม่ต้องมี 30 บาทรักษาทุกโรค แต่รักษาฟรี แต่ต้องมีค่าอาหารมาเอง โดยจะให้ฝากไว้แล้วจะแลกเป็นคูปองไปซื้ออาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้มีเงินสดติดตัวไปฝากคนอื่นซื้อยา

พวกคนที่หายแล้วเค้ามักจะสอนพวกวิชาชีพการทำงานศิลปะกลับไปด้วย เช่นการทำภาพทรายน้ำ ที่เคยเห็นตามห้างที่ใส่น้ำกับทรายไว้ แล้วพลิกกลับ จะเห็นทรายค่อยๆไหลลงมาสวยดี, การปลูกพืชโดยใช้แค่ใบ เหมือนการตอนกิ่งไม้, การวาดภาพหินน้ำ ฯลฯ
รวมทั้งปฏิมากรรมประจำบ้านเลย คือ การหล่องานศิลปะจากหินลาวา จะนำหินลาวามาเผามากกว่า 3000 องศา แล้วทำเป็นรูปแบบต่างๆไม่ซ้ำกัน (ได้มาตัวนึงรูปร่างคล้ายปลา โดนแดดออกสีเขียวๆสวยดี ) ซึ่งศิลปะส่วนนี้ก็ได้นำไปหล่อเป็นพระพุทธรูปเองด้วย

เอาละจบง่ายๆแค่นี้แล ใครอยากไปหรือพาใครไปรักษาบ้างก็ได้นะ แต่ดูเหมือนเค้าจะไม่มีหลักสูตรรักษาคนติดอินเตอร์เนทแหะ ^^

วัดถ้ำกระบอก : ตำบลขุนโคลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 18120 โทร (66)036-321-875
Date Time : 2011-09-18 23:20:13 IP: 49.228.128.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 3 From : นาวิน กเษตร

ได้ผลดีจิง
Date Time : 2013-07-06 01:02:37 IP: 223.205.209.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 4 From : คนเคยไป
สถานที่เขาดีครับ แต่ถ้าใครไปแล้วเลิกไม่ใด้ก็อย่าไปโทษสถานที่เขาเลยครับมันบาปกรรม ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจและตัวเราเอง ผมพาน้องไปมันเลิกไม่ใด้ตอนนี้ติดคุก7ปีครับข้อหาปล้นและยักยอกรถมอเตอร์ไซ มันเป็นเวรกรรมตามตัวไปรับสัจจะเขามาแล้วทำไม่ใด้มันก็มีอันเป็นไป
Date Time : 2014-01-03 08:41:52 IP: 49.230.142.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 5 From : หนูนาย
สถานที่รับผิดชอบคือที่ไหนหรอคับ
Date Time : 2014-02-10 09:07:44 IP: 171.7.25.xxx

ลบ


ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
พิมพ์รหัส รหัสที่ต้องนำไปพิมพ์กรอก รูปกุญแจ กรอกรหัสตามที่เห็นด้วยครับ