Fashion design ชุดแฟนซี

ชุดใส่ทำงานสไตล์นักกิฬา

ออกแบบเสื้อผ้า

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

Fashion design

Fashion design ชุดราตรี

Fashion design

Fashion design

ออกแบบเสื้อผ้าชุดลำรอง

เสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์เกาหลี

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

เสื้อผ้าแฟชั่น ออกแบบเสื้อผ้า

อ่านกระทู้ทั้งหมด ตั้งกระทู้ใหม่

สอนลูกอย่างไร? ไม่ให้ตาบอดเพราะ ความรัก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2552
เด็กปัจจุบันโตเร็วขึ้น เพราะอาหารการกินเราดีขึ้น และพบว่า "แสง สี เสียง" ที่อยู่รอบๆตัวเรามีผลกระตุ้นระบบประสาทให้มีพัฒนาที่เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้พบว่าเด็กผู้หญิงมักมีประจำเดือนครั้งแรกเร็วขึ้น เด็กประถมปลายบางคน ก็มีฮอร์โมนเพศทำงานแล้ว ทำให้เป็นหนุ่มเป็นสาว และมองเพศตรงข้ามด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม

ด้านของฮอร์โมนเพศ ถือเป็นอิทธิพลสำคัญตัวหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ชายเริ่มเกิดการตื่นตัวทางเพศ เห็นเพศหญิงแล้วกระตุ้นให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ ส่วนผู้หญิงก็จะเริ่มสนใจดารา นักร้อง นักกีฬา รุ่นพี่หรือครูหนุ่มๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และคงไม่น่าแปลกที่เด็กประถมปลาย โดยเฉพาะเด็กป.6 ที่กำลังขึ้นม.1 เริ่มที่จะมีความรักนอกเหนือจากความรักของพ่อแม่

วันนี้ทีมงาน Life and Family ได้มีโอกาสพูดคุยกับ "นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล" หัวหน้าหน่วยจิตเวช รพ.พญาไท 2 ถึงเรื่องการทำความเข้าใจกับความรักของลูก ซึ่งคุณหมอได้ให้คำแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในเรื่องนี้ว่า :

- ถ้าสังเกตว่าลูกเริ่มคบหากับเพื่อนสาว หรือเพื่อนชาย บอกลูกว่าพ่อแม่ไม่ห้ามเรื่องมีความรักในวัยเรียน หากมีแฟนแล้วทำให้ผลการเรียนดีขึ้น ขอให้ช่วยกันเรียน แต่ไม่ยอมรับหากการมีแฟนทำให้ผลการเรียนตกต่ำลง

- อย่าต่อต้านการที่ลูกจะสนใจดารา นักร้อง รวมทั้งการมีแฟน...แต่ให้ลูกเล่าเรื่องแฟนและความรู้สึกของเขาใน เรื่องนี้ (เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยให้เก็บไว้ในใจก่อน)

- ควรสอนลูกสาวว่า "ลูกสาวคือผู้หญิงที่พ่อแม่รักมากที่สุดในโลก...เพราะฉะนั้นพ่อแม่จึงอยากให้ลูกสาวรักษาเนื้อ รักษาตัว เพราะถ้าลูกสาวเป็นอะไรไป พ่อแม่หัวใจแตกสลาย"

- ควรสอนลูกชายว่า "ลูกชายคือเด็กหนุ่มที่พ่อแม่ภาคภูมิใจ...เพราะฉะนั้นพ่อแม่อยากให้ลูกชายตั้งใจเรียน เพื่อในอนาคตจะได้รับผิดชอบตัวเองและรับผิดชอบคนอื่นที่มาร่วมชีวิตกับเราได้ รักคุณแม่และพี่สาวอย่างไร ลูกชายต้องให้เกียรติเพศตรงข้ามเช่นเดียวกัน"

- เมื่อลูกโตขึ้น ความรักของลูกก็จะโตตามไปด้วย พ่อแม่ต้องเป็นฝ่าย "ฟัง" ลูก คือฟังว่าลูกของเราคิดเห็นอย่างไร ที่สำคัญคือ "ห้ามเถียง" อย่าเพิ่งเอาทัศนะส่วนตัวไปตัดสินว่าลูกผิด เพราะถ้ารีบขัดแย้งในทันทีที่ลูกพูด วันหลังเขาจะไม่เล่าเรื่องใดๆให้เราฟัง แล้วพ่อแม่จะกลายเป็นคนสุดท้ายที่รู้ความลับของลูก ในวันหลังค่อยแสดงความคิดเห็นของเราว่าลูกคิดอย่างนี้ ส่วนพ่อแม่คิดอย่างนี้

- ถ้าพ่อแม่บอกให้เลิกกับแฟน ก็ไม่มีผลทำให้เขาเลิก...สิ่งที่ลูกจะเลิกคือเลิกพูดคุยเรื่องนี้กับพ่อแม่ เพราะฉะนั้นเวลาเขามีปัญหาเรื่องแฟน เขาก็จะปรึกษาเพื่อน ไม่กล้าบอกพ่อแม่ เพราะประเมินแล้วว่าโอกาสถูกตำหนิมีมากกว่าได้คำตอบ

- เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน พ่อแม่ก็สอนให้ลูกรู้จักการป้องกัน ด้วยการไม่อยู่กันสองต่อสองในที่ลับหูลับตา รู้จักการปฏิเสธ เช่น "การที่ฉันไม่ยอมมีอะไรกับเธอ ไม่ได้แปลว่าฉันไม่รัก...แต่เป็นเพราะฉันเห็นว่ามันยังไม่ถึงเวลา" "ถ้าเธอรักฉันจริง เธอต้องรอฉันได้...เธอเป็นผู้ชายที่ฉันรัก แต่ฉันพร้อมก็ต่อเมื่อเราแต่งงานแล้วเท่านั้น"

คุณหมอบอกยังต่อว่า ไม่เฉพะแต่เพียงพ่อแม่เท่านั้นที่ต้องเข้าใจลูก แต่ลูกๆ ควรต้องรู้ตัวเองด้วยว่าความรักมี 2 อย่าง คือ "เมตตา" (Passion) และ "เมตตา" (Compassion)

"ความรักกับเพื่อนๆ (เพศเดียวกันหรือต่างเพศ) ควรเป็นแบบเมตตา คือ เห็นใจ ช่วยเหลือ เอื้ออาทรต่อกัน แต่หากเราเกิดความเสน่หากับใคร (สังเกตได้จากความรู้สึก "คิดถึง" และ "หึงหวง") ก็เป็นความรู้สึกธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แต่อย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องรักตอบ...เวลาลูกมีความผิดหวังหรืออกหัก พ่อแม่ก็เป็นเพื่อนคอยรับฟังที่ดี"

"อะไรก็ตามที่พ่อแม่อยากสอนลูก ควรสอนให้หมดก่อนลูกอายุครบ 10 ขวบ เพราะยังอยู่ในช่วงที่ลูกยังน่ารัก และเชื่อฟังพ่อแม่อยู่ ถือว่าเป็นการ "ปลูกฝัง" สิ่งดีงามให้อยู่ในใจของลูก ที่สำคัญพ่อแม่สอนด้วยคำพูดอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตนให้สอดคล้องกัน เช่น ความเป็นสุภาพบุรุษ การเอาใจใส่และให้เกียรติ์เพศตรงข้าม เป็นต้น" คุณหมอสรุปทิ้งท้าย

เอาเป็นว่า ถ้าครอบครัวไหน ไม่อยากให้ลูกตาบอดเพราะ "ความรัก" ครอบครั้วนั้นต้องเอาใจเขา (ลูก) มาใส่ใจเรา (พ่อแม่) แล้วควรสอนตั้งแต่ยังลูกยังเด็ก นั่นจะเสริมเกาะที่แข็งแรงให้กับลูก ในการเผชิญกับโลกแห่งความรักในตอนโตได้อย่างรู้เท่าทันต่อไปครับ<:)
From : Fortune Stars  
Email : IP : 202.144.185.xxx

ลบ




ความคิดเห็นที่ 1 From : แม่ผู้เกือบจะเสียลูกไป
เห๊นด้วยกับที่คุณหมอพูดทั้งหมดเพราะเกือบจะเสียลูกไปเพราะคำพูดเพียงคำเดียว ให้เขารักเราดีก่วาให้เขารักคนอื่นเพราะถ้าถึงวันนั้นจริงๆเราก็ต้องมานั่งเสียใจ แค่ตอนนี้ก็รู้สึกแย่มาก กลัวไปทุกเรื่อง
Date Time : 2012-01-23 23:32:55 IP: 58.9.118.xxx

ลบ


ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
พิมพ์รหัส รหัสที่ต้องนำไปพิมพ์กรอก รูปกุญแจ กรอกรหัสตามที่เห็นด้วยครับ