Fashion design

Fashion design

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

เสื้อผ้าแฟชั่น ออกแบบเสื้อผ้า

ออกแบบเสื้อผ้า

เสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์เกาหลี

ออกแบบเสื้อผ้าชุดลำรอง

ชุดใส่ทำงานสไตล์นักกิฬา

Fashion design

Fashion design ชุดราตรี

Fashion design ชุดแฟนซี

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

อ่านกระทู้ทั้งหมด ตั้งกระทู้ใหม่

วิธีการถ่ายภาพทางช้างเผือก (The Milky way)

ภาพถ่ายทางช้างเผือกบริเวณยอดดอยอินทนนท์ ถ่ายในช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่ม บริเวณใจกลางทางช้างเผือก (ภาพโดย : ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ : Canon EOS 5D Mark2 / F4 / 30 วินาที / ISO 3200)



ในค่ำคืนที่มืดสนิทไม่มีแสงไฟหรือแสงดวงจันทร์ เรามักจะมีโอกาสได้เห็นแถบสีขาวจางพาด ผ่าน ท้องฟ้าโดยมากจะพาดจากขอบฟ้าด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งในบริเวณที่มีมลภาวะทางอากาศรบกวนแถบนี้จะจางจนหลายคนไม่ได้ให้ความสนใจหรือบางครั้งก็เข้าใจว่าเป็นเพียงเมฆบางๆ ในเวลากลางคืนเท่านั้น แต่หากสังเกตจากป่าเขาที่อยู่ห่างไกลเขตเมือง หรือยอดดอยสูงตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ ที่ไม่มีมลภาวะแถบฝ้าดังกล่าวจะปรากฏสุกสว่างโดดเด่นอยู่บนท้องฟ้าเป็นภาพที่น่าประทับใจแก่ผู้สังเกต ใช่แล้วครับแถบฝ้านี้คือ “ทางช้างเผือก” นั่นเองครับ

โลกของเราอยู่ในระบบสุริยะ และระบบสุริยะก็อยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกครับ ผมพยายามลำดับจากน้อยไปหาใหญ่นะครับ ในคืนเดือนมืดที่ไม่มีแสงจันทร์รบกวนถ้าเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้า จะเห็นเป็นแทบสีขาวพาดอยู่ ชาวกรีกจินตนาการว่าเป็นเสมือนทางน้ำนม จึงเรียกว่า "The Milky way" สำหรับคนไทยจินตนาการว่าเป็นทางเดินของช้างเผือก จึงเรียกว่า "ทางช้างเผือก"

กาแล็กซีทางช้างเผือก เป็นบริเวณที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ บริเวณของดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง อุกกาบาต รวมทั้งแก๊สและฝุ่นธุลีในอวกาศกาแล็กซีเป็นส่วนหนึ่งของเอกภพ ถ้ามองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปทรงกลมหมุนรอบตัวเองแบบทวนเข็มนาฬิกา แต่ถ้ามองด้านข้างจะเห็นคล้ายจานแบน แต่หากมองจากบนโลกจะเห็นเป็นแนวฝ้าขาว พาดจากขอบฟ้าด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง

ทางช้างเผือกพาดผ่านกลุ่มดาวสว่างเช่น กลุ่มดาวแคสสิโอเปีย (ค้างคาว) เพอร์เซอุส สารถี คนคู่ กางเขนใต้ แมงป่อง คนยิงธนู นกอินทรี และกลุ่มดาวหงส์ ท่านสามารถดูแผนที่ดาวประกอบ โดยแกนหมุนของโลกทำมุมเอียง กับระนาบของกาแล็กซีประมาณ 60 องศา และโลกก็หมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงมองเห็นทางช้างเผือกพาดยาวข้ามขอบฟ้า โดยมีทิศทางการวางตัวบนท้องฟ้า เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ตลอดเวลา บางเวลาก็อยู่ในแนวเหนือ-ใต้ บางเวลาก็อยู่ในแนวเฉียง เป็นต้น
From : Fortune Stars  
Email : IP : 124.122.237.xxx

ลบ



ยังมีหน้าต่อไปอีก >>> [1] [2]


ความคิดเห็นที่ 1 From : Fortune Stars

ภาพถ่ายทางช้างเผือกบริเวณยอดดอยอินทนนท์ ถ่ายในช่วงเวลาหลังจากฝนหยุดตก ขณะนั้นทัศนวิสัยของท้องฟ้าใสเคลียร์มาก ทำให้สามารถบันทึกภาพทางช้างเผือกได้สุกสว่างมาก(ภาพโดย : ประณิตา เสพปันคำ : Canon EOS 500D / F3.5 / 29 วินาที / ISO 1600)





การสังเกตทางช้างเผือก
การสังเกตทางช้างเผือกควรจะสังเกตจากบริเวณที่มืดสนิทและมีมลภาวะทางอากาศน้อย เช่น พื้นที่ในชนบทหรือตามป่าเขา ในคืนเดือนมืดที่ไม่มีแสงดวงจันทร์รบกวน หากไม่แน่ใจว่าทางช้างเผือกอยู่ ณ ตำแหน่งใดบนท้องฟ้า ควรใช้แผนที่ดาวประกอบการสังเกต ช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุดคือ ช่วงปลายเดือนเมษายน - ต้นเดือนตุลาคม เพราะสามารถเห็นทางช้างเผือกบริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนูได้ง่าย ทางช้างเผือกบริเวณนี้สว่างและสวยงามกว่าบริเวณอื่นๆ เนื่องจากเป็นมุมมองที่เรามองเข้าไปยังศูนย์กลางทางช้างเผือก
Date Time : 2011-12-19 17:13:18 IP: 124.122.237.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 2 From : Fortune Stars

ภาพตัวอย่างใจกลางทางช้างเผือกบริเวณกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนู โดยการสังเกตนั้นเราจะใช้กลุ่มดาวสองกลุ่มนี้เป็นตำแหน่งอ้างอิง




ทำความเข้าใจกันก่อนครับ
สำหรับผู้ที่ต้องการจะถ่ายภาพ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงปลายเดือนเมษายน (ช่วงใกล้รุ่งสาง) ถึงเดือนมิถุนายน เพราะช่วงหลังจากนี้จะเข้าฤดูฝน ทำให้โอกาสที่ฟ้าจะเปิดมีน้อยลงแต่หากโชคดีฟ้าเปิดไม่มีเมฆ และได้มีโอกาสสังเกตหรือถ่ายภาพทางช้างเผือกในช่วงฤดูฝน (ช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม) ภาพที่เห็นจะเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด เพราะในช่วงสองเดือนนี้ทางช้างเผือกส่วนที่สว่างที่สุดจะปรากฏพาดจากทิศใต้ผ่านกลางท้องฟ้าขึ้นไปยังทิศเหนือ คล้ายกับจะแบ่งท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน

ในการถ่ายภาพทางช้างเผือกนอกจากเราจะสามารถเก็บภาพดวงดาวเป็นจุดละเอียดคล้ายเม็ดทรายทั่วทั้งภาพแล้ว ยังจะได้วัตถุพวกกระจุกดาวและเนบิวลาน้อยใหญ่มากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ
1. กล้องดิจิตอล
2. ขาตั้งกล้อง
3. สายลั่นชัตเตอร์
4. แผนที่ดาว
5. เข็มทิศ

เทคนิคและวิธีการ
ในการถ่ายภาพทางช้างเผือกนั้นมีวิธีการที่คล้ายกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ทั่วไปแต่จะแตกต่างกันตรงที่ เป็นการถ่ายในเวลากลางคืนซึ่งมีแสงน้อยกว่ามากเท่านั้น เราเรียกภาพประเภทนี้ว่าภาพแนว Skyscape และแน่นอนครับหากใครที่มีกล้องดิจิตอลที่สามารถเพิ่มความไวแสงได้มากๆ ก็จะได้เปรียบครับเพราะสามารถเก็บแสงได้เร็วกว่าในเวลาอันสั้น โดยวิธีการถ่ายภาพทางช้างเผือกนั้นถ่ายได้ 2 วิธีครับ คือการถ่ายภาพแบบให้กล้องเคลื่อนที่ทางช้างเผือก กับ การถ่ายภาพแบบไม่เคลื่อนที่ทางช้างเผือก แต่สำหรับคอลัมน์นี้จะขออธิบายเทคนิคและวิธีการถ่ายภาพแบบไม่เคลื่อนที่ทางช้างเผือก ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและไม่ยุ่งยากดังนี้
Date Time : 2011-12-19 17:14:10 IP: 124.122.237.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 3 From : Fortune Stars

1. การถ่ายภาพปรากฏการณ์ฝนดาวตกนั้นใช้วิธีเดียวกับการถ่ายภาพถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ทั่วไป โดยเล็งกล้องไปยังบริเวณใจกลางทางช้างเผือก หรือกลุ่มดาวแมงป่องและคนยิงธนูที่เป็นจุดศูนย์กลางทางช้างเผือก ซึ่งสามารถดูแผนที่ดาวประกอบได้
2. ควรเลือกใช้เลนส์มุมกว้าง หรืออาจเลือกใช้เลนส์ตาปลา (Fisheye Lens) เพื่อให้ได้องศาการรับภาพที่กว้างมากขึ้นเพราะแนวทางช้างเผือกจะพาดยาวข้ามขอบฟ้า โดยมีทิศพาดจากทิศใต้ผ่านกลางท้องฟ้าขึ้นไปยังทิศเหนือ และเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ตลอดเวลา
3. กล้องดิจิตอลที่เหมาะที่จะใช้ในการถ่ายภาพทางช้างเผือกแบบไม่เคลื่อนที่ตามทางช้างเผือก ควรเป็นกล้องที่สามารถปรับค่าความไวแสงได้มากๆ ตั้งแต่ 800 – 1600 หรือมากกว่านั้น และมีระบบกำจัดสัญญาณรบกวน (Noise)ได้ดี หรือกล้องแบบ Full Frame นั้นเอง เพราะนอกจากจะได้ค่าความไวแสงที่สูงแล้ว ก็จะได้องศาการรับภาพมุมกว้างแบบปกติในกล้องลักษณะความแตกต่างนี้จะเห็นได้ชัดจากเลนส์มุมกว้าง ซึ่งพื้นที่ด้านกว้างที่เลนส์สามารถทำได้นั้นถูกตัดหายไปจากกล้องแบบ APS (แต่มีเท่ากับปกติในกล้องแบบ Full Frame) ทำให้ภาพที่ได้นั้นขาดพื้นที่จากทางยาวโฟกัสปกติของเลนส์ตัวนั้นๆ ไป
ยกตัวอย่างเช่น เลนส์ขนาด 18 mm. เมื่อใช้กับกล้อง Full Frame แล้วก็จะได้องศาการรับภาพมุมกว้างแบบปกติ แต่ในกล้องแบบ APS-C ก็จะต้องคูณด้วย 1.5 เป็นต้น ถ้าใช้เลนส์ 17mm. ก็จะกลายเป็น 27 mm. โดยทันที
4. การปรับระยะโฟกัสของเลนส์ควรศึกษาระยะไกลสุด (อินฟินิตี้) ของเลนส์ก่อนการถ่ายภาพเนื่องจากระยะชัดที่สุดของระยะไกลสุด (อินฟินิตี้) ของเลนส์แต่ละตัวอาจปรับอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกัน ให้ลองปรับระยะไกลสุดในช่วงกลางวันก่อน โดยโฟกัสไปที่ระยะไกลสุดเท่าที่จะหาสิ่งที่ใช้ปรับโฟกัสได้ แล้วดูว่าภาพชัดที่สุด ที่ตำแหน่งวงแหวนบนกระบอกเลนส์ตำแหน่งใด แล้วติดเทปเอาไว้เพื่อป้องกันโฟกัสเคลื่อน และไม่ควรใช้ระบบออโต้โฟกัสอย่างเด็ดขาด เพราะกล้องจะไม่สามารถหาโฟกัสได้ในตอนกลางคืน รวมทั้งเมื่อกล้องอยู่บนขาตั้งกล้องที่มั่นคงแล้วให้ปิดระบบกันสั่นของเลนส์ด้วย
5. เวลาในการถ่ายภาพ โดยใช้เวลาในการเปิดหน้ากล้องนานไม่ควรเกิน 30 วินาที เนื่องจากที่องศาการรับภาพมุมกว้าง เช่น เลนส์ขนาด 18 mm. ซึงมีองศาในการรับภาพประมาณ 100 องศา นั้นเวลา 30 วินาทีจะยังคงไม่ทำให้ดาวยืด และเป็นช่วงเวลาที่กล้องจะเปิดรับแสงได้พอสมควรทั้งยังไม่ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนมากเกินไปด้วย
6. รูรับแสง สำหรับการถ่ายภาพทางช้างเผือก เนื่องทางช้างเผือกมีแสงสว่างน้อยมาก จากประสบการณ์แล้วผมจะใช้ค่ารูรับแสงของกล้องที่กว้างที่สุด เพื่อให้กล้องมีความไวแสงเพิ่มขึ้นเพ่อให้ได้ภาพทางช้างเผือกมาความสว่างและเห็นรายละเอียดมากยิ่งขึ้น
7. เลือกใช้ค่าความไวแสงตั้งแต่ 800 – 3200 หรืออาจมากกว่านั้น หากกล้องที่ท่านใช้มีระบบกำจัดสัญญาณรบกวน (Noise)ได้ดี เนื่องจากเราใช้เวลาในการถ่ายภาพนานภาพละไม่เกิน 30 วินาที ดังนั้นในช่วงเวลาเปิดหน้ากล้อง 30 วินาทีหากสามารถใช้ค่าความไวแสงมากๆก็จะได้ภาพทางช้างเผือกที่มีความสุกสว่างมากขึ้นเท่านั้น
8. ปรับเพิ่มค่าความอิ่มสี Saturation และความคมชัด sharpness เปิดคู่มือกล้องประกอบด้วยครับ สีของดวงดาวเมื่อเรามองด้วยตาเปล่าอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย จึงต้องปรับเพิ่มค่าความอิ่มสีเพื่อให้ภาพมีสีสันที่สวยงามมากขึ้น
9. วิธีการวัดแสงที่ดีที่สุดคือการเลือกวัดแสงแบบเฉลี่ยทั่วทั้งภาพ โดยเลือกวัดบริเวณท้องฟ้า
10. ใช้สายลั่นชัตเตอร์ในการถ่ายภาพเพื่อลดความสั่นไหว หรืออาจใช้วิธีถ่ายภาพแบบหน่วงเวลาและตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องที่มั่นคง
11. การบันทึกข้อมูลควรเลือกรูปแบบไฟล์เป็น RAW format เพื่อที่จะสามารถนำมาปรับแก้ได้ภายหลัง

Date Time : 2011-12-19 17:15:23 IP: 124.122.237.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 4 From : Fortune Stars

ภาพถ่ายทางช้างเผือกที่ใช้ค่าความไวแสงสูงมาก จะทำให้เกรนหรือสัญญาณรบกวน(Noise) เกิดขึ้นในภาพทำให้เกิดความไม่สม่ำเสมอของความสว่างและสี จนเห็นจุดสีรบกวนได้อย่างชัดเจน (ภาพโดย : กรกมล ศรีบุญเรือง : Canon EOS 5D Mark2 / F4 / 30 วินาที / ISO 6400)
Date Time : 2011-12-19 17:16:35 IP: 124.122.237.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 5 From : Fortune Stars

ภาพนี้หากพิจารณาดูจะเห็นว่าท้องฟ้ามีแสงจากตัวเมืองรบกวนทำให้เห็นรายละเอียดของทางช้างเผือกได้ไม่ชัดเจน (ภาพโดย : ทวีศักดิ์ บุทธรักษา: Nikon D3S / F2.8 / 30 วินาที / ISO 1250)


การถ่ายภาพทางช้างเผือกให้ได้ภาพที่สวยงามนั้นไม่ใช้เรื่องยากเย็นจนเกินความสามารถครับ หากแต่เรารู้เทคนิควิธีการ และการเตรียมการล่วงหน้าที่ดีก็สามารถเก็บภาพทางช้างเผือก ซึ่งเป็นกาแล็กซีที่เราอาศัยอยู่อันน่าประทับใจไว้ได้อย่างน่าภูมิใจครับ

Date Time : 2011-12-19 17:17:28 IP: 124.122.237.xxx

ลบ


ยังมีหน้าต่อไปอีก >>> [1] [2]

ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
พิมพ์รหัส รหัสที่ต้องนำไปพิมพ์กรอก รูปกุญแจ กรอกรหัสตามที่เห็นด้วยครับ