Fashion design

ชุดใส่ทำงานสไตล์นักกิฬา

Fashion design ชุดแฟนซี

ออกแบบเสื้อผ้าชุดลำรอง

ออกแบบเสื้อผ้า

เสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์เกาหลี

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

Fashion design

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

Fashion design

Fashion design ชุดราตรี

Fashion design ชุดเอนกประสงค์

เสื้อผ้าแฟชั่น ออกแบบเสื้อผ้า

อ่านกระทู้ทั้งหมด ตั้งกระทู้ใหม่

วิธีลบรอยแผลเป็น

แผลเป็น เกิดมาจากขบวนการซ่อมแซมผิวหนังของร่างกายเมื่อผิวหนังเกิดแผล แผลเป็นจะเป็นส่วนหนึ่งที่มาจากการหายของแผล ซึ่งการเกิดแผลเป็นอาจเกิดมาจากการเกิดแผลจากอุบัติเหตุ หรือโรคบางชนิด เช่น สิว หรือเกิดมาจากแผลหลังการผ่าตัด โดยธรรมชาติแล้วแผลที่มีขนาดใหญ่และใช้เวลานานในการหายจะมีโอกาสที่เกิดเป็นแผลเป็นได้มาก แผลเป็นที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้นในระยะแรกจะเห็นได้ชัดเจนแต่จะค่อยๆจางลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยอาจใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรือปี ซึ่งการที่แผลเป็นจะเห็นได้ชัดหรือไม่ ขึ้นกับสี ความเรียบ ความลึก ความยาว และความกว้างของแผลนั้นๆ
แผลเป็นแยกตามลักษณะของแผลได้ดังนี้
1. แผลนูน มักจะเกิดจาก 2 ภาวะ คือ
1.1. แผลคีลอยด์ ( Keloid )
จะเป็นแผลที่นูนออกนอกขอบเขตของแผลเดิมมาก มีอาการคัน มักเกิดบริเวณหน้าอก โดยอาจเริ่มจากการเป็นสิวที่ร่องอก, เกิดที่บริเวณหัวไหล่จากการฉีดวัคซีน, เกิดที่ติ่งหูหลังการเจาะหู, เป็นบริเวณอื่นๆ หลังการผ่าตัดคลอดลูก, เกิดภายหลังอุบัติเหตุ เช่น รถล้ม, เกิดจากแผลไฟไหม้ หรือเกิดจากแผลที่โดนแมงกะพรุนไฟ เป็นต้น สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งเป็นจากกรรมพันธ์ คีลอยด์ไม่สามารถหายเองได้
1.2. แผลเป็นนูนที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายเพื่อให้แผลหาย ( Hypertrophic Scar )
แต่ละคนมีปฏิกิริยาดังกล่าวมากน้อยแตกแต่งกัน มักเกิดในช่วงแรกหลังการผ่าตัด จะเห็นนูนพร้อมกับมีสีแดงชมพู ประมาณ 3 สัปดาห์หลังเกิดแผล ความนูนจะลดลง สีแดงอาจเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและค่อยๆจางเมื่อเวลาผ่านไป ในบางรายการนูนอาจเกิดขึ้นใหม่หลัง 2-3 เดือน แต่ส่วนมากจะอยู่ในขอบเขตของแผล ไม่นูนยื่นแบบคีลอยด์ อาการคันเกิดได้บ้างแต่จะน้อยกว่าคีลอยด์ แผลเป็นนูนสามารถหายได้เองหลัง 1 ปี แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าลักษณะแบบใดที่ควรรอให้หายเองหรือควรจะทำการศัลยกรรมแก้ไข

2. แผลเป็นหลุม ( Depressed Scar )
ที่พบบ่อยเกิดจากการเป็นสิว หลังเกิดการอักเสบ หรือจากการเป็นฝีอีสุกอีใส เนื้อเยื่อผิวที่มีหลายชั้นถูกทำลายลึก จนไม่สามารถสร้างชั้นผิวได้ครบเหมือนผิวด้านข้าง จึงเห็นเป็นลักษณะหลุม

3. แผลยืดกว้างออกจากรอยเย็บเดิม ( Widening Scar )
ส่วนหนึ่งเกิดจากเทคนิคการเย็บแผล ที่ขอบแผลไม่แนบสนิทไม่ปราณีต หรือ เย็บได้ไม่แข็งแรงพอ เมื่อมีการขยับของผิวบริเวณแผล แผลก็จะแยกและยืดออก

4. แผลที่มีสีไม่เหมือนสีผิวปกติที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับแผล ( Hypopigmented , Hyperpigmented Scar )
ทำให้แผลเห็นชัด ปัญหาสีที่เกิดมีได้ที่เป็นสีแดง น้ำตาล และขาว

5. แผลที่มีการดึงรั้ง หรือ เหลื่อมล้ำ ของเนื้อ ( Scar Contracture , Malalignment Scar )
มักเกิดจาก การเย็บเนื้อได้ไม่ตรงกัน หรือแผลมีความรุนแรง จนมีเนื้อหายไปแต่ไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้อง

6. แผลที่มีหลายๆปัญหาดังกล่าวร่วมกัน

จากคำถามของคุณจริงใจ จึงต้องดูว่าลักษณะแผลที่เกิดขึ้นมีลักษณะแบบใด ซึ่งลักษณะแผลที่ต่างกันการรักษาก็จะต่างกันด้วยค่ะ
ถ้าแผลที่เกิดแเป็นแผลนูนแบบคีลอยด์ (Keloid)การรักษาจะทำได้โดย
- ฉีดยาเฉพาะที่ (Intra lesional kenacorte) ฉีดที่ตัวคีลอยด์เลย ผลการรักษาพอใช้ได้ แต่ปัญหาคือ ผู้ป่วยมักจะเจ็บตอนที่ฉีดยา และต้องมาฉีดเป็นระยะ ตามที่แพทย์นัด
- ทายากลุ่มสเตียรอยด์ ใช้ทาบริเวณ แผลช่วยระงับอาการคัน ตึง ปวด เพื่อที่จะได้ ไม่ลุกลามขึ้น แต่ แผลคีลอยด์อาจไม่ยุบลงมากเท่าที่ควร
- แผ่นซิลิโคนใส ใช้ แผ่นซิลิโคนใส ปิด แผลคีลอยด์ มากกว่า 12 ชั่วโมงต่อ วัน จะช่วยให้ แผลเป็นนี้ยุบลงได้ โดยที่ไม่เจ็บ แต่อาจใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ตัว แผ่นซิลิโคนใสนี้ สามารถนำมาล้างทำความสะอาด ใช้สบู่ฟอก ใช้น้ำสะอาดล้าง แล้วผึ่งให้แห้ง นำมาใช้ปิด แผลเป็นใหม่ได้อีกจนกว่าจะปิดไม่อยู่
- ใช้แสงเลเซอร์ ได้ผลปานกลาง ขึ้นอยู่กับขนาดคีลอยด์
- การผ่าตัด วิธีนี้มักไม่ได้ผล เพราะส่วนใหญ่ ถ้าตัดเอาเนื้อ คีลอยด์ออกไปแล้ว ภายหลังการผ่าตัด มักจะเกิด แผลเป็นคีลอยด์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ แผลเก่า แถมจะมีขนาดยิ่งใหญ่กว่าเดิมเสียอีก
- ยากินกลุ่มแอนติฮีสตามีน เพื่อระงับอาการคัน ในกรณีที่คันมาก จะได้ไม่เกา ไม่ลุกลาม ใหญ่ขึ้นไปอีก

ถ้าแผลเป็นมีลักษณะที่กว้างมากหรือยาวมาก อาจทำการรักษาโดยการผ่าตัด

ถ้าแผลเป็นมีลักษณะเป็นหลุม การรักษาจะทำได้โดย
- การฉีดคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นสารที่ผลิตจากโปรตีนของสัตว์ ใช้ฉีดเข้าไปในแผลเป็นเพื่อให้แผลเป็นเรียบขึ้น เหมาะสำหรับแผลเป็นที่เป็นมานานและ รักษาโดยวิธีอื่นแล้วไม่ค่อยได้ผล ผลข้างเคียงคือ ผู้ป่วยอาจแพ้ได้และผู้ป่วยต้องมาฉีดทุก
6-12 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะสลายได้
- การรักษาโดยการปลูกหนังใหม่ เทคนิคนี้ทำโดยการผ่าตัดแผลเป็นออกและนำผิวหนังจากบริเวณอื่นมาใส่ลงไปแทนที่ ทำให้แผลเป็นเรียบขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่เป็นหลุมลึก
- การรักษาโดยใช้สารเคมี วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นชนิดตื้นๆ สารเคมีที่ใช้มีหลายชนิดคือกรดไทรคลออาซิติก กรดอัลฟา
ไฮดรอกซี่และอื่นๆ การเลือกใช้ชนิดใดขึ้นอยู่กับระดับความลึกของแผลเป็น การรักษาจะต้องให้แพทย์ผิวหนังรักษา หลังทำผู้ป่วยจะรู้สึกแสบๆ เล็กน้อย จากนั้นบริเวณที่ทำจะดำและหลุดลอกออกภายใน 4-5 วัน หลังแผ่นดำหลุดออกบริเวณที่ถูกทำอาจดำหรือแดงเล็กน้อยและค่อยๆ จางหายไปในที่สุด ผู้ที่ได้รับการรักษาต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย2-3 สัปดาห์

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษาแผลเป็นที่มีขายอยู่ทั่วไปได้แก่
- Hirudoid cream (ฮิรูดอยด์ ครีม) เป็นยาทาชนิดครีม รักษาอาการอักเสบ และบรรเทาอาการฟกช้ำ ห้อเลือด บวม
และมีประสิทธิภาพในการรักษาอาการอักเสบของหลอดเลือดดำ รอยฟกช้ำ ห้อเลือดบริเวณผิวหนัง และทำให้รอยแผลเป็นที่แข็ง นุ่มลงได้
- ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามิน อี และ ซี ซึ่งวิตามินซีจะช่วยทำให้สีผิวจางลงโดยช่วยให้เกิดการหลุดลอกของ cell ผิว และวิตามินอี เป็นสาร antioxidant ช่วยลดริ้วรอย ผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยให้รอยแผลที่ดูคล้ำจางลง เช่น skar care cream
- ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัด aloe vera จากว่านหางจรเข้ ซึ่งสารนี้จะมีฤทธิ์ลดการอักเสบและเพิ่มการเจริญทดแทนของเนื้อเยื่อที่เป็นแผลได้ เช่น Smooth e cream , Nomarks
- กรดวิตามิน เอ จะช่วยให้สีผิวจางลง ช่วยให้รอยแผลที่คล้ำจางลง
- ผลิตภัณฑ์ Hansaplast scar reduce เป็นผลิตภัณฑ์ปิดแผลลดรอยแผลเป็นที่นูน และมีสีคล้ำ
- Mederma เป็นยาทาชนิดเจลที่มีส่วนผสมของสาร allantoin มีฤทธิ์ช่วยในการสมานแผล มักใช้กับแผลนูน และคีลอยด์

จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ส่วนมากที่มีในท้องตลาดจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องของการลดสีผิวของรอยแผลเป็นให้จางลงเป็นส่วนใหญ่ และถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถทำให้ผิวหนังที่เกิดรอยแผลเป็นกลับมาสู่ปกติได้100% แต่จะทำให้รอยแผลเป็นดูจางลง และการใช้ยาทารักษารอยแผลเป็นต้องใช้เวลาทาติดต่อกันนาน ซึ่งตามธรรมชาติแล้วแผลเป็นที่เกิดขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไปจะค่อยๆจางลงได้เอง แต่การทายารักษารอยแผลเป็นจะช่วยให้รอยแผลเป็นจางลงเร็วขึ้น
ถ้าแผลเป็นมีลักษณะนูนหรือเป็นหลุม แผลกว้าง การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจไม่ได้ผล ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับลักษณะแผลที่เกิด
From : Fortune Stars  
Email : IP : 124.121.26.xxx

ลบ



ยังมีหน้าต่อไปอีก >>> [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11]


ความคิดเห็นที่ 21 From : ก้างปลา
มีแผลเป็นที่เกิดจากการเป็นอีสุกอีใสอ่ะ
เป็นมาตั้งแต่ป. 3 แต่ตอนนี้อยู่ ม.3แล้วอ่ะ
แผลเป็นยังไม่หายเลย มีแผลเป็นเต็มตัวด้วย
มีวิธีช่วยมั้ย บอกที
Date Time : 2011-11-06 03:45:30 IP: 113.53.181.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 22 From : บีม
ของเราเป็นเหมือนความคิดเห็นที่3เลยเป็นมานานแล้วเหมือนกัน
Date Time : 2011-11-07 02:15:45 IP: 101.108.42.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 23 From :
จะทำยังไงให้ลอยแผลเป็นจากการผ่าตัดจางลงคะ
Date Time : 2011-11-14 09:34:44 IP: 178.191.63.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 24 From : Fortune Stars
Laser ลบรอยแผลเป็น
Date Time : 2011-11-19 01:59:48 IP: 124.122.30.xxx

ลบ



ความคิดเห็นที่ 25 From : ploy

( Widening Scar ) อยากทราบวิธีลบรอยแผลเป็นช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ
Date Time : 2011-11-22 16:11:06 IP: 121.45.183.xxx

ลบ


ยังมีหน้าต่อไปอีก >>> [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11]

ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
พิมพ์รหัส รหัสที่ต้องนำไปพิมพ์กรอก รูปกุญแจ กรอกรหัสตามที่เห็นด้วยครับ