กิฟฟารีน

ค้าหาภายในเว็บบอร์ดค้าหาภายในเว็บบอร์ด

อ่านกระทู้ทั้งหมด


โรคข้อเข่าเสื่อม Osteoarthritis of the Knee
ทำอย่างไรไม่ให้ปวดเข่า
อาการปวดเข่า เป็นอาการที่พบได้ ในคนหลายวัยทั้งชายและหญิง และเป็นอาการที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์มากที่สุด และส่วนหนึ่งของการรักษา คือ อาการปวดทุเลาลงบ้าง แต่ไม่หายขาด หรือ เป็นๆ หายๆ นอกจากนี้ยังได้รับผลข้างเคียง จากการใช้ยา ทำให้เกิดโรค เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคโลหิตจาง โรคไต ฯลฯ อาการปวดยังส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำอะไรไม่คล่องตัว เกิดความท้อแท้ ดังนั้น ถ้าท่านปรารถนาข้อเข่าที่แข็งแรง และปราศจากอาการปวดโดยไม่ใช้ยา เอกสารสุขภาพนี้จะช่วยสร้างเสริมสุขภาพข้อเข่าของท่าน โดยแนะนำการบริหารข้อเข่าอย่างถูกวิธี และผู้ที่ไม่มีอาการปวดเข่าก็บริหารข้อเข่าได้ เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
ใครบ้างที่ควรบริหารข้อเข่า


สัญญาณอันตรายของโรคข้อเข่า ถ้ามีอาการต่อไปนี้ควรไปพบแพทย์

1. มีการบวมและร้อนของข้อเข่าหรือบริเวณรอบ ๆ ข้อ
2. มีกล้ามเนื้อต้นขาลีบ มีอาการชาหรืออ่อนแรงของขา
3. มีการเปลี่ยนแปลงสีของผิวหนังบริเวณขา หรือ เท้า เมื่อเวลาเดินนาน ๆ
4. มีอาการข้อติดหรือข้อขัด เคลื่อนไหวข้อไม่เต็มที่ อาจมีอาการปวดร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้
5. มีอาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
6. มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น

วิธีรักษาอาการปวดในระยะเฉียบพลัน

1. หยุดพักการใช้ข้อเข่า อาจใช้ผ้ายืดพันเข่าไว้ถ้ามีอาการปวดเข่ามาก และปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้ใช้เข่าน้อยลง เช่น งดการเล่นกีฬา แล้วเปลี่ยนเป็น เดินเร็ว หรือ ขี่จักรยานอยู่กับที่ เป็นต้น
2. ประคบด้วยความร้อน ใช้ ยานวด หรือ ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น ประคบบริเวณที่ปวดพร้อมกับขยับข้อเข่าเบา ๆ
3. รับประทานยา เช่น ยาพาราเซตามอล หรือ ยาแก้ปวดลดการอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ ยาคลายกล้ามเนื้อ
4. บริหารข้อเข่า
5. ถ้าอาการปวดไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน หรือ มีอาการปวดมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์

การ รักษาอาการปวดเข่า อาจต้องใช้เวลานาน หรือในบางโรคก็อาจจะรักษาไม่หาย ถ้าท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการปวดเข่า ควรปรึกษากับศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เพื่อสอบถามและรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป



ข้อแนะนำในการดูแลรักษาด้วยตนเอง

1. ลดน้ำหนัก เพราะเมื่อ เดิน จะมีน้ำหนักลงที่เข่าประมาณ 5 เท่าของน้ำหนักตัว แต่ถ้า วิ่ง น้ำหนักจะลงที่เข่าเพิ่มขึ้นเป็น 7 – 10 เท่าของน้ำหนักตัว (การถีบจักรยาน เข่าจะรับน้ำหนักเพียง 1.5 เท่าของน้ำหนักตัวเท่านั้น )
ดังนั้น ถ้าลดน้ำหนักตัวได้ เข่าก็จะรับน้ำหนักน้อยลง ทำให้เข่าเสื่อมช้าลงด้วย
2. ท่านั่ง ควรนั่งบนเก้าอี้สูงระดับเข่า ซึ่งเมื่อนั่งห้อยขาแล้วฝ่าเท้าจะวางราบกับพื้นพอดี
ไม่ควร นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่งคุกเข่า นั่งยอง ๆ หรือ นั่งราบบนพื้น เพราะจะทำให้ผิวข้อเข่าเสื่อมเร็วมากขึ้น
3. เวลาเข้าห้องน้ำ ควรนั่งถ่ายบนโถนั่งชักโครก หรือ ใช้เก้าอี้ที่มี รู ตรงกลาง วางไว้เหนือคอห่าน
ควรทำที่จับยึดบริเวณด้านข้างโถนั่ง เพื่อใช้จับพยุงตัวเวลาจะลงนั่งหรือจะลุกขึ้นยืน
ไม่ควรนั่งยอง ๆ เพราะผิวข้อเข่าเสียดสีกันมาก และเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขาถูกกดทับ ทำให้เลือดไปเลี้ยงขาได้ไม่ดี
4. นอนบนเตียง ซึ่งมีความสูงระดับเข่า เมื่อนั่งห้อยขาที่ขอบเตียงแล้วฝ่าเท้าจะแตะพื้นพอดี
ไม่ควรนอนราบบนพื้น เพราะต้องงอเข่าเวลาจะนอนหรือจะลุกขึ้น ทำให้ผิวข้อเสียดสีกันมาก ข้อก็จะเสื่อมเร็วขึ้น
5. หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันได
6. หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งในท่าเดียวนาน ๆ ถ้าจำเป็นก็ให้ขยับเปลี่ยนท่า หรือ เหยียด-งอข้อเข่า บ่อย ๆ
7. การยืน ควรยืนตรง ขากางออกเล็กน้อย ให้น้ำหนักตัวลงบนขาทั้งสองข้างเท่า ๆ กัน
ไม่ควร ยืนเอียงลงน้ำหนักตัวบนขาข้างใดข้างหนึ่ง เพราะจะทำให้เข่าที่รับน้ำหนักมากกว่าเกิดอาการปวดได้
8. การเดิน ควรเดินบนพื้นราบ ไม่ควร เดินบนพื้นที่ไม่เสมอกัน เช่น บันได ทางลาดเอียงที่ชันมาก หรือ ทางเดินที่ขรุขระ เพราะทำให้น้ำหนักตัวที่ลงไปที่เข่าเพิ่มมากขึ้น และ อาจจะเกิดอุบัติเหตุหกล้มได้ง่าย
9. ควรใส่รองเท้าแบบมีส้นเตี้ย ( สูงไม่เกิน 1 นิ้ว ) หรือ ไม่มีส้นรองเท้า พื้นรองเท้านุ่มพอสมควร และ มีขนาดที่พอเหมาะเวลาสวมรองเท้าเดินแล้วรู้สึกว่ากระชับพอดี ไม่หลวมหรือคับเกินไป
10. ควรใช้ไม้เท้า เมื่อจะยืนหรือเดิน โดยเฉพาะ ผู้ที่มีอาการปวดมากหรือมีข้อเข่าโก่งผิดรูป เพื่อช่วยลดน้ำหนักตัวที่ลงบนข้อเข่า และ ช่วยพยุงตัวเมื่อจะล้ม
วิธีถือไม้เท้าในผู้ที่ปวดเข่ามากข้างเดียว ให้ถือในด้านตรงข้ามกับเข่าที่ปวด แต่ถ้าปวดทั้งสองข้างให้ถือในข้างที่ถนัด
11. บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ให้แข็งแรง ซึ่งจะช่วยลดอาการปวด ทำให้ข้อเคลื่อนไหวและการทรงตัวดีขึ้น
12. วิธีออกกำลังกายควรเป็นการออกกำลังกายแบบที่ไม่ต้องมีการลงน้ำหนักที่เข่า มากนัก เช่น เดินเร็ว ๆ วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เต้นลีลาศ เต้นแอโรบิก เป็นต้น

ถ้ามีอาการปวด ให้พักการใช้ข้อเข่า และ ประคบด้วยความเย็น/ความร้อน หรือ ใช้ยานวดร่วมด้วยก็ได้ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรปรึกษาศัลยแพทย์กระดูกและข้อ


ถ้าท่านอยู่ในกลุ่มคนที่จะกล่าวต่อไปนี้ ให้ท่านเริ่มบริหารข้อเข่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คือ (สามารถใส่เครื่องหมาย / ใน O ที่ตรงกับความเป็นจริงของท่าน )
O มีอาการปวดเข่าตั้งแต่อายุอยู่ในวัยรุ่น
O มีอายุเกิน ๓๐ ปี มีความเสื่อมของเนื้อเยื่อตามธรรมชาติ
O มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ปรกติ โดยเปรียบเทียบกับค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index =BMI) ค่าปกติเท่ากับ ๒๐.๐–๒๔.๙ กิโลกรัม/ตารางเมตรหรือเมตร๒ ถ้าเกิน ๒๔.๙ กิโลกรัม/เมตร๒ หมายถึง ถ้าน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ปกติ วิธีคำนวณค่าดัชนีมวลกาย ให้นำน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ๒ ครั้ง เขียนเป็นสูตร ดังนี้
ดัชนีมวล = น้ำหนักตัว/ส่วนสูง ๒ กิโลกรัม/เมตร ๒
O ใช้ชีวิตประจำวัน ที่อยู่ในท่าทางหรืออาชีพ ที่เพิ่มแรงกดของข้อเข่า เช่น นั่งนาน ยืนนาน เดินนาน ขึ้นลงบันได บ่อยๆ ถือหรือหิ้วของหนักอยู่นานๆ อุ้มเด็ก แบกหาม นั่งในท่าเข่าพับงอ นั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่า ไขว่ห้าง เล่นกีฬา หรือออกกำลังกายหักโหม ข้อเข่าจะไม่ดี แรงกดหรือรับน้ำหนัก เมื่อนั่ง หรือนอน เหยียดขาตรงมีเสียงดังในข้าเข่า ข้อฝืด ข้อติด หรือ นั่งกับพื้นแล้วลุกลำบาก สังเกตกล้ามเนื้อเหนือเข่า เล็กลง ลีบ เหลว อ่อนแรง หรือ ขณะยืน หรือ เดิน ขาโก่ง ขากรอม หรือ ขากางมากขึ้น
O ในอดีตหรือปัจจุบัน เดินน้อยลง ใช้อุปกรณ์พยุงข้อเข่า ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เดินไม่ถนัด จากสาเหตุใดก็ตาม เช่น เป็นมาแต่กำเนิด อุบัติเหตุ ปวดหลัง ปวดเข่า หรือ ความเจ็บปวดที่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน
O ใช้ขาข้างหนึ่งมากกว่าขาอีกข้างหนึ่ง
O ได้รับการผ่าตัดที่ขา

From: www.lpnh.go.th/icenter-health/index4.php
From : Noy shop  
Email : IP : 171.100.201.23

ลบ




ความคิดเห็นที่ 1 From : Webmaster

เข่าเสื่อม ข้อเสื่อม ต้องการใช้ยูซีทูของกิฟฟารีน กรุณาติดต่อเว็บมาสเตอร์
Date Time : 2017-01-01 20:24:22 IP: 122.155.45.75

ลบ



ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
Captcha
T9%BQFGw^wJZ

รหัส
กิฟฟารีน