กิฟฟารีน

กิฟฟารีน

ค้าหาภายในเว็บบอร์ดค้าหาภายในเว็บบอร์ด

อ่านกระทู้ทั้งหมด


เมลามีน สารมหัตภัยใกล้ตัวคุณ

การปนเปื้อนสาร Melamine ในนมผง โรคนิ่วในไต และมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ

ศ.นพ.เกรียง ตั้งสง่า และ ศ.ปิยะรัตน์ โตสุโขวงศ์ สาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ และชีวเคมี ศูนย์วิจัยโรคนิ่วและโรคระบบทางเดินปัสสาวะ คณะแพทยศาสตร์ และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้ความรู้ เกี่ยวกับ การปนเปื้อนสาร Melamine ในนมผง ที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ ในการเฝ้าระวังความเสี่ยง......

เมื่อวันที่ 12 กันยายนศกนี้ หนังสือพิมพ์ Southern Metropolis Daily ของจีน (www.danwei.org) รายงานว่า เกิดปัญหาการปนเปื้อนของสารเมลามีนในนมผงจนทำให้มีทารกคนจีนจำนวน 59 รายเกิดโรค นิ่วไต บริษัท ซานลู่ (Sanlu) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตนมผงใช้เลี้ยงทารกของจีนจึงได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์นมผงใช้เลี้ยงทารกที่ผลิตก่อนวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2551 กลับคืนจากท้องตลาด เป็นจำนวน 700 ตัน (คิดง่ายๆ ว่า ถ้านมผงกระป๋องใหญ่มีนมผงกระป๋องละ 1 กิโลกรัม จะเป็นจำนวนเท่ากับ 700,00 กระป๋อง) บทความในหนังสือพิมพ์นี้ยังได้ระบุด้วยว่า ในปีที่แล้ว (พ.ศ.2550) รัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาเรียกคืนผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์สำเร็จรูปที่วางจำหน่ายในประเทศ เนื่องจากตรวจพบปนเปื้อนสารเมลามีนในอาหารสัตว์ จากการตรวจสอบพบว่าโปรตีนกลูเต็นสกัดจากแป้งข้าวสาลี (wheat gluten) ที่ส่งมาจากจีนเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์มีสารเมลามีนปนเปื้อนอยู่ [1] ในเวปไซด์ ของหนังสือพิมพ์เมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai-daily.com) ได้รายงานเมื่อวันที่ 25 กันยายนนี้ว่ามีทารกจีนอย่างน้อย 4 รายเสียชีวิต และอีกประมาณ 53,000 รายกำลังป่วยเนื่องจากการดื่มนมที่ปนเปื้อนสารเมลามีน

สำหรับประเทศไทย ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุขกำลังตรวจสอบและวัดหาปริมาณสารเมลามีนในผลิตภัณฑ์นมและอาหารแปรรูป ที่สงสัยว่าอาจมีการปนเปื้อนสารเมลามีนอย่างเข้มงวดเช่นกัน ผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิดถูกบังคับให้ถอนออกจากตลาดชั่วคราวจนกว่าทาง อย. จะทำการตรวจสอบเสร็จสิ้น

ทำไมจึงต้องมีสารเมลามนปนเปื้อนในอาหารสัตว์และในนมผง?

สารเมลามีนเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกหรือใช้ทำกาว แต่เมลามีนไม่ได้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตอาหาร เมลามีนมีสูตรโครงสร้างทางเคมีที่มีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ แต่เมลามีนก็ไม่ใช่สารอาหารโปรตีน เมลามีนมีสูตรทางเคมีว่า C3H6N6 (หมายความว่า ทุกๆ 1 โมเลกุลของสารเมลามีน ประกอบด้วยธาตุคาร์บอน 3 อะตอม, ธาตุไฮโดรเจน 6 อะตอม และธาตุไนโตรเจน 6 อะตอม มีชื่อทางเคมีว่า 1,3,5-triazine-2,4,6-triamine และมีสูตรโครงสร้างดังรูป (en.wikipedia.org)

เพื่อให้เข้าใจง่าย จะขอเริ่มต้นจากปัญหาการปนเปื้อนสารเมลามีนในอาหารสัตว์ก่อน ในการผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูป บริษัทผู้ผลิตจำเป็นต้องใส่สารอาหารโปรตีนผสมลงไป เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์นั้นมีปริมาณสารอาหารโปรตีนพอเพียง ปกติสารอาหารกลุ่มโปรตีนมีธาตุไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบมากกว่าสารอาหารกลุ่มอื่น ดังนั้น จึงใช้ปริมาณธาตุไนโตรเจนเป็นตัวชี้วัดของปริมาณโปรตีนในอาหารได้ ถ้าบริษัทผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปต้องการลดต้นทุนการผลิตและเอาเปรียบลูกค้า โดยนำสารอื่นปลอมปนในอาหารสัตว์ ปริมาณโปรตีนในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์นั้นจะต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากสารเมลามีนมีปริมาณธาตุไนโตรเจนสูงกว่าที่พบในสารอาหารโปรตีนอื่นถึง 4 เท่า แต่สารเมลามีนไม่ใช่สารอาหารโปรตีน จึงมีราคาถูกกว่าวัตถุดิบที่เป็นสารอาหารโปรตีนตัวจริง วัตถุดิบที่เป็นสารอาหารโปรตีนตัวจริงที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์มีหลายชนิด ที่นิยมใช้มากชนิดหนึ่ง คือ โปรตีนกลูเต็นสกัดจากแป้งข้าวสาลี แต่ก็มีราคาแพงกว่าดังได้กล่าวมาแล้ว จึงมีบริษัทผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ในจีนลักลอบผสมสารเมลามีนในแป้งกลูเต็นสกัดจากข้าวสาลี เมื่อนำแป้งกลูเต็นที่มีเมลามีนปนเปื้อนนั้นไปวัดหาปริมาณธาตุไนโตรเจน ก็จะพบว่าแป้งกลูเต็นที่มีเมลามีนปนเปื้อนนั้นมีปริมาณธาตุไนโตรเจนสูง ทำให้คนเข้าใจว่าแป้งกลูเต็นที่มีเมลามีนปนเปื้อนเป็นของแท้ แต่ความจริงไม่ใช่ กลายเป็นว่ามีสารเมลามีนซึ่งเป็นตัวหลอกอยู่แทนที่ เมื่อบริษัทผู้ผลิตส่งแป้งกลูเต็นที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนออกจำหน่ายเป็นวัตถุดิบสำหรับการทำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ก็จะทำให้มีสารเมลามีนปนเปื้อนไปตลอดสายการผลิตอาหารสัตว์ และเกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงในที่สุด

อาจอธิบายกรณีการปนเปื้อนสารเมลามีนในนมผงใช้เลี้ยงทารกในลักษณะคล้ายคลึงกัน คือ เนื่องจากนมเป็นอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูง และเป็นอาหารสำหรับทารก นมผงสำเร็จรูปที่ใช้ทดแทนนมมารดาถูกผลิตจากนมโคบริสุทธิ์ จะมีปริมาณโปรตีนมาตรฐานอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งตรวจสอบได้โดยการวัดปริมาณธาตุไนโตรเจนในตัวอย่างนมผงนั้น ถ้าบริษัทผู้ผลิตนมผงต้องการลดต้นทุนการผลิต โดยแอบผสมสารอื่นปลอมปนในนมผง ปริมาณโปรตีนในนมผงที่ถูกปลอมปนนั้น จะต่ำกว่าค่ามาตรฐาน บริษัทก็จะถูกจับได้ ดังนั้น เพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจพบ ก็ต้องใช้ผงของแป้งอาหารอื่นที่มีปริมาณธาตุไนโตรเจนใกล้เคียงกับของผงนมโคบริสุทธิ์มาผสมแทนก็จะตรวจไม่พบ บริษัทผู้ผลิตนมผงใช้เลี้ยงทารกในประเทศจีนอาจไม่ได้ตั้งใจจะนำสารเมลามีนมาผสมตรงๆ กับผงนมโคบริสุทธิ์ เพราะฟังดูจะโหดร้ายไร้มนุษยธรรมมากไป อาจเป็นไปได้ว่า บริษัทผู้ผลิตนมผงใช้เลี้ยงทารกในประเทศจีน ได้ลักลอบนำแป้งกลูเต็นสกัดจากข้าวสาลี หรือแป้งอาหารอื่นๆ ที่มีราคาถูกกว่ามาผสมกับผงนมโคซึ่งมีราคาแพงกว่า

โดยอาจทราบหรือไม่ทราบมาก่อนก็ตามว่า แป้งกลูเต็นสกัดจากข้าวสาลีหรือแป้งอาหารอื่นนั้น มีการปนเปื้อนสารเมลามีนอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ผลิตภัณฑ์นมผงนั้นถูกปนเปื้อนด้วยสารเมลามีนไปโดยปริยาย ยิ่งมีการทดแทนผงนมโคบริสุทธิ์ด้วยผงแป้งอื่นๆ ที่ปนเปื้อนด้วยสารเมลามีนมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ผลิต-ภัณฑ์นมผงสำเร็จรูปนั้นมีปริมาณสารเมลามีนสูงขึ้นตามไปด้วย เท่าที่มีรายงาน มีบริษัทผลิตนมผงในประเทศจีนไม่น้อยกว่า 22 บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์นมผงมากกว่า 70 ชนิดที่มีสารเมลามีนปนเปื้อน สังคมภายนอกกำลังแอบตั้งข้อสงสัยลึกๆในใจว่า ทางบริษัทในประเทศจีนผู้ผลิตนมผงที่ปนเปื้อนสารเมลามีนเหล่านี้ไม่ทราบเรื่องนี้โดยบริสุทธิ์ใจจริงหรือ? หรือเป็นการเจตนาเพื่อลดต้นทุนการผลิต? อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นความบกพร่องของทางบริษัทผู้ผลิตเองที่เห็นได้ชัดคือ การขาดมาตรฐานที่เชื่อถือได้ในการควบคุมคุณภาพขั้นสุดท้ายก่อนกระจายสินค้าออกสู่ตลาด

การรับประทานนมผงที่ปนเปื้อนด้วยสารเมลามีนทำให้เกิดโรคนิ่วไตได้อย่างไร?

เมื่อมีสารเมลามีนปนเปื้อนในอาหารที่รับประทาน เมลามีนจะถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้ง่าย เนื่องจากเมลามีนเป็นสารโมเลกุลเล็ก ร่างกายขับเมลามีนออกทางปัสสาวะ ถ้าหากปัสสาวะมีความเข้มข้นมาก หรือร่างกายได้รับเมลามีนจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย จะเกิดการตกผลึกของสารเมลามีนในเนื้อไต หากการตกผลึกนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่องจะได้ผลึกสารเมลามีนที่มีขนาดใหญ่ ผลึกเมลามีนนี้อาจทำปฏิกิริยากับสารก่อนิ่วอื่นๆ ที่มีในปัสสาวะของคนทั่วไปอยู่ก่อนแล้ว เช่น แคลเซียม ออกซาเลต กรดยูริก หรือฟอสเฟต เป็นต้น ทำให้เกิดผลึกเชิงซ้อนที่มีขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็วได้

ทำไมจึงเกิดในเด็กทารกมากกว่าในผู้ใหญ่?

เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะเด็กทารกยังไม่สามารถทานอาหารอื่นๆ เหมือนผู้ใหญ่ได้ ต้องทานนมอย่างเดียว ดังนั้น หากมีสารเมลามีนจำนวนมากปนเปื้อนในนมผง เด็กก็จะมีโอกาสได้รับสารเมลามีนเข้าสู่ร่างกายทุกมื้อและทุกวันไปตลอดช่วงที่ดื่มนมผงสำเร็จรูป ผู้ใหญ่เองไม่ได้ทานนมผงเป็นอาหารหลักหากจะดื่มนมก็มักดื่มนมโคสด ซึ่งมีความบริสุทธิ์และปลอดภัยไม่มีการปนเปื้อนสารเมลามีน เหตุผลอีกประการหนึ่ง คือ แม้ว่าเด็กตัวเล็ก แต่เด็กต้องการพลังงานจากอาหารในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ใหญ่ พูดง่ายๆ คือ ถ้าคิดต่อน้ำหนักตัวที่เท่ากันเด็กย่อมต้องการอาหารมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น เด็กทารกจึงได้รับสารเมลามีนเข้าไปในร่างกายอย่างเต็มๆ นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ยังสามารถขับสารเมลามีนออกทางปัสสาวะได้ดีกว่าเด็กทารกและเด็กทั่วไป

มีปัจจัยอะไรบ้างที่อาจทำให้เกิดโรคนิ่วไตจากเมลามีนได้ง่ายขึ้น?

ปัจจัยเสี่ยงที่ช่วยให้เมลามีนเกิดพิษต่อไตง่ายขึ้น ได้แก่
1.ปริมาณสารเมลามีนที่ร่างกายได้รับ
2.ความเข้มข้นของปัสสาวะ ถ้าปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง เช่น เวลาร่างกายขาดน้ำ เป็นต้น เมลามีนซึ่งมีโมเลกุลเล็ก อาจตกตะกอนได้ง่ายขึ้นในปัสสาวะ ในทางตรงข้าม การดื่มน้ำมากเพื่อให้ปัสสาวะใสและเจือจาง อาจช่วยชะลอการตกผลึกของสารเมลามีนในปัสสาวะ
3.ถ้าปัสสาวะมีปริมาณสารก่อนิ่วอื่นๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต เป็นต้น อยู่แล้วเป็นจำนวนมาก ก็อาจช่วยเร่งให้เกิดผลึกเชิงซ้อนและกลายเป็นโรคนิ่วไตเร็วขึ้น
4.ปัจจัยเรื่องความต่อเนื่องที่สารเมลามีนเข้าสู่ร่างกายก็มีความสำคัญ ถ้าเป็นเด็กเล็กที่ต้องดื่มนมทุกมื้อ ร่างกายจะได้รับสารเมลามีนต่อเนื่องทุกวัน ย่อมมีโอกาสเกิดนิ่วไตได้ง่ายกว่าเด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ดื่มนมผงแต่ดื่มนมโคสดซึ่งไม่มีสารเมลามีนปนเปื้อน หรือหากจะรับประทานขนมหรือของขบเคี้ยวที่มีผลิตภัณฑ์ทำจากนมเนยที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนบ้าง แต่ก็รับประทานเป็นครั้งคราว ไม่ใช่ทุกวันและทุกมื้อ

ประชาชนไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วไต หลังดื่มนมที่มีสารเมลามีนปนเปื้อน

เมื่อพิจารณาตามลักษณะภูมิศาสตร์ของประเทศไทย หากจะมีการลักลอบนำสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่ถูกเรียกคืนจากประเทศจีนนี้มาขายในประเทศไทย การลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาได้ง่ายที่สุด คือ การนำเข้าทางเรือผ่านทางแม่น้ำโขง เข้ามายังบริเวณภาคเหนือ เช่นที่อำเภอเชียงแสน หรือพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณอื่นที่อยู่ใต้ลงมา ประชาชนไทยและทารกไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะเป็นประชาชนชาวไทยกลุ่มแรกที่จะมีโอกาสเข้าถึงสินค้าลักลอบเหล่านี้ ความสำคัญของประเด็นนี้ คือ จากการวิจัยของศาสตราจารย์ นพ.อารี วัลยะเสวี และคณะ จากมหาวิทยา-ลัยมหิดล เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว พบว่า ทารกชาวไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความชุกของโรคนิ่วระบบทางเดินปัสสาวะสูงที่สุดในโลก [2] การวิจัยโดยคณะผู้เขียน และคณะผู้วิจัยท่านอื่นๆ ในระยะต่อมา [3,4,5] ก็พบว่า ประชากรขาวไทยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประชากรกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนิ่วไต และนิ่วระบบทางเดินปัสสาวะ ดังนั้น จึงน่าเป็นห่วงว่า หากประชากรหรือเด็กทารกในภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงสูงกลุ่มนี้ รับประทานนมผงหรือผลิต-ภัณฑ์นมผงที่ปนเปื้อนสารเมลามีนติดต่อกันเป็นเวลานาน ประชากรกลุ่มนี้อาจมีโอกาสง่ายขึ้นที่จะเกิดโรคนิ่วไตหรือโรคไตทำงานบกพร่อง หากจะคาดคะเนต่อไปถึงประชาชนของประเทศลาว ซึ่งมีเชื้อสายพันธุกรรม และสภาพแวดล้อมคล้ายคลึงกับ ชาวไทยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนลาวก็น่าจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนิ่วไตเช่นนี้เหมือนกัน

ต้องได้รับสารเมลามีนปริมาณเท่าใดจึงจะเกิดโรคนิ่วไต?

การศึกษาในสัตว์ทดลอง [6] พบว่า เมื่อให้หนูกินอาหารที่ผสมสารเมลามีนไปด้วยในปริมาณตั้งแต่ 2 – 18 กรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม (คิดง่ายๆ คือ เท่ากับใส่น้ำ 1 – 2 ช้อนชาหนักประมาณ 5 – 15 กรัมลงในน้ำ 1 ลิตร) เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน ก็พบว่าหนูทดลองนั้นเกิดนิ่วทีกระเพาะปัสสาวะ และในระยะยาวสามารถเกิดนิ่วที่ไต, เกิดโรคไตวาย และมะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะได้ ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในคนว่า ต้องได้รับสารเมลามีนมากน้อยเพียงใดจึงจะเกิดโรคนิ่วไต โดยเฉพาะปัญหานี้เกิดในเด็กที่ดื่มนมผงที่ปนเปื้อน จึงจำเป็นต้องนำปัจจัยเรื่องขนาดตัวเด็กมาพิจารณา ถ้าเด็กเล็กที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า ได้รับสารเมลามีนเท่าเด็กโต เด็กเล็กย่อมมีโอกาสเกิดโรคได้มากกว่าเด็กโต

ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อสงสัยว่ารับประทานอาหารที่อาจปนเปื้อนด้วยสารเมลามีน

ในระหว่างนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้นมผงหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมผงที่มาจากประเทศจีน มาใช้เลี้ยงทารก หรือนำมาใช้ประกอบอาหาร หรือใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อการผลิตอาหารสำเร็จรูป จนกว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารเรียบร้อยแล้ว
หากท่านสงสัยว่าตัวเองอาจได้บริโภคนมผงหรือผลิตภัณฑ์จากนมผงที่อาจปนเปื้อนด้วยสารเมลามีน ท่านควรปฏิบัติดังนี้
1.ควรดื่มน้ำให้มาก เป็นน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ก็ได้ ถ้าไม่มีข้อห้ามอื่นทางการแพทย์
2.ถ้าไม่มีข้อห้ามอื่นทางการแพทย์ควรทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวให้มาก เช่น ส้ม สับปะรด เป็นต้น เพราะ สารซิเตรท (citrate) ในผลไม้จะช่วยยับยั้งผลึกนิ่ว ไม่ให้มีขนาดโตขึ้น
3.สังเกตอาการที่อาจเกี่ยวเนื่องกับโรคนิ่วไต หรือนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ได้แก่
3.1 อาการปวดเอวหรือปวดหลังด้านข้างโดยไม่มีเหตุอันควรอธิบาย โดยเฉพาะในกรณีที่มี อาการปวดบิดหรือปวดร้าวเริ่มจากเอวลงล่าง
3.2 พบมีปัสสาวะขุ่นหรือมีสีแดง ตรวจปัสสาวะแล้วมีเม็ดเลือดแดงปนโดยไม่มีเหตุอันควร
อธิบาย

อย่างไรก็ดี ขอเน้นว่า ผู้ป่วยโรคนิ่วไตในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการ จึงไม่อาจใช้การไม่มีอาการ ผิดปกติดังกล่าวนี้ มาเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่าไม่ได้เป็นโรคนิ่วไต และในทางกลับกันอาการดังที่กล่าวมา ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดจากโรคนิ่วไตเพียงโรคเดียว อาจเกิดจากโรคอื่นๆ ได้อีกหลายโรค หากท่านมี อาการผิดปกติดังกล่าว ท่านควรมาปรึกษาแพทย์

From: www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9510000123489
From : Fortune Stars  
Email : IP : 124.122.60.252

ลบ




ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
Captcha
SDARP28@hCHF

รหัส
กิฟฟารีน