กิฟฟารีน

แนะนำเคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่

วิธีแก้ความเบื่อหน่ายต่างๆ

คนชนะหนี้ วิธีแก้ปัญหาหนี้ ดีมากๆ โดย มณฑานี ตันติสุข

หลวงปู่ชา

น้ำมันปาล์มมีอันตรายมาก ใช้น้ำมันหมูทำกับข้าวยังดีกว่า

การสร้างเว็บไซต์ให้ยอดผู้เข้าชมวันละหมื่นห้าคน

ไลโคปี ช่วยต้านโรคร้าย

วิธีที่ท่านขงจื้อ ใช้สอนคนธรรมดา ให้กลายเป็น ยอดคน

สาเหตุที่ทำคนเสียชีวิตเฉียบพลัน

กินอย่างไรจึงจะป้องกันการเกิดโรคไต

เทคนิคชะลอวัยง่ายๆ ระหว่างเดินทาง

ประโยชน์ของมันเทศ

อาหารบั่นทอนพลังเพศ

กิฟฟารีน

ค้าหาภายในเว็บบอร์ดค้าหาภายในเว็บบอร์ด

อ่านกระทู้ทั้งหมด


ไกล่เกลี่ย อย่างไร ให้ครอบครัวหายขัดแย้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2552
อาจจะกล่าวได้ว่า "ความขัดแย้ง" เป็นสิ่งที่แฝงตัวอยู่ในทุก ๆ ครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเล็ก หรือครอบครัวใหญ่ การโต้เถียง เอาชนะคะคาน หรือการไม่เห็นด้วย มักเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่าการเป็นฝ่ายแพ้-ชนะก็คือ การทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ยุติลงได้ด้วยดี หรืออย่างน้อยก็ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรู้สึกว่าตนเองก็ได้รับความยุติธรรม

และเมื่อความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ข้อมูลในเว็บไซต์ eHow.com ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกับครอบครัวเมื่อต้องเผชิญหน้าความขัดแย้งเอาไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

1. เลือกสถานที่ให้เหมาะสม

ห้องหรือพื้นที่ที่จะใช้ในการถกเถียง พูดคุย สานความสัมพันธ์ให้กลับมาดีดังเดิม ควรเลือกห้องที่มีขนาดกว้าง โล่ง นั่งสบาย และมีพื้นที่พอให้ทุกคนอยู่ในห้องเดียวกันได้อย่างไม่อึดอัด เพราะในการโต้เถียง หรือแสดงความคิดเห็นขัดแย้ง อาจจำเป็นต้องมีการแสดงท่าทางมากกว่าการพูดคุยปกติ ห้องทานข้าว หรือห้องนั่งเล่นก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ส่วนกลางของบ้านที่สมาชิกทุกคนใช้ร่วมกัน ส่วนห้องที่ควรหลีกเลี่ยงคือห้องที่มีขนาดเล็ก เช่น ห้องนอน เพราะอาจทำให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความรู้สึกอึดอัดได้ ในขณะที่เจ้าของห้องนอนก็อาจรู้สึกถูกรุกล้ำที่ส่วนตัว

2. เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูด

การเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยงข้องกับความขัดแย้งนั้นได้พูดระบายความในใจ ตลอดจนความคิดเห็นต่าง ๆ ออกมา (โดยที่ต้องให้เกียรติสมาชิกในบ้านคนอื่น ๆ ด้วย) จะเป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้ทุกคนสบายใจได้มากขึ้น และเหมาะสมกว่าการปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งควบคุมบทสนทนานั้นอยู่คนเดียว เพราะสมาชิกในบ้านคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมการสนทนาในครั้งนี้ รู้สึกว่า ความเห็นของเขา - สิ่งที่เขารู้สึกต่อสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้รับการแชร์ให้สมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านรับทราบ และเขาก็จะเก็บความไม่พอใจเหล่านั้นเอาไว้ต่อไป

การเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดนั้น ก็อาจใช้ช้อนเล็ก ๆ เป็นสัญลักษณ์ วางเอาไว้หน้าคนที่เป็นผู้พูด เมื่อพูดจบ ก็ส่งช้อนต่อให้คนถัดไป และควรแน่ใจว่า การกำหนดลำดับการพูดเป็นไปด้วยความยุติธรรม

3. มองทุกความเห็นเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อได้มานั่งอยู่ร่วมกันในห้องที่ใช้ถกเถียงประเด็นปัญหาก็ต้องการการยอมรับและการให้เกียรติ การเปิดโอกาสให้เขาได้พูดในสิ่งที่เขารู้สึก เป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้การไกล่เกลี่ยปัญหาลุล่วงไปได้ด้วยดีอีกทางหนึ่ง

4. ให้เกียรติสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวขณะเสนอความเห็น

การเผชิญหน้ากัน โต้เถียงด้วยเสียงอันดัง หรือทะเลาะกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย เกิดขึ้นได้ไม่ยากในครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่โต้เถียงกันอยู่ด้วยเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างเห็นตรงกันข้าม แต่หากมองไกลออกไปอีกสักนิดก็จะพบว่า แท้จริงแล้ว การเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น หลังจากปัญหานี้ผ่านไปเราก็จะยังคงเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ การพูดจาโดยถนอมน้ำใจกันเอาไว้ ใช้เหตุผล และสติแทนการใช้คำพูดประชดประชัน หรือขึ้นคำหยาบคาย จะเป็นทางออกที่น่านับถือมากกว่า และจะเป็นตัวช่วยไม่ให้เกิดความรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจ หรือเป็นแผลลึกในใจต่อกันและกันได้มากกว่า

ในกรณีนี้ หากต้องการหาตัวช่วยขำ ๆ แล้วล่ะก็ อาจลองมองหาการ์ดสีแดงแจกให้ทุกคนถือเอาไว้ เมื่อพบว่ามีใครเริ่มใช้อารมณ์ หรือขึ้นเสียงใส่คนอื่น ก็ให้ยกการ์ดสีแดงขึ้นมา เป็นสัญญาณ "หยุด" ผู้พูดจะได้มีคนเตือนให้รู้สึกตัว

5. ใช้เวลาอย่างเหมาะสม

บางครั้ง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ยากเกินกว่าจะเยียวยาได้สำเร็จใน 1 วัน การให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องมานั่ง และพูดถึงปัญหา ๆ ๆ เป็นเวลานานเพื่อจะหาข้อสรุปให้ได้ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ "เป็นไปไม่ได้" ก็อาจทำให้สมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวรู้สึกว่า กำลังเสียเวลาไปเปล่า ๆ ดังนั้น การได้เปิดประเด็นพูดคุยในสิ่งที่ค้างคาใจของสมาชิกในครอบครัว และจบมันลงในเวลาที่เหมาะสมก็อาจเป็นอีกหนึ่งทางให้บรรยากาศความขัดแย้งในครอบครัวดีได้เร็วขึ้น เพราะเวลาที่เหลือหลังจากนั้น อาจทำให้คนในบ้านได้นำกลับไปคิดทบทวนได้มากขึ้น

6. ปล่อยวาง ให้อภัย ยกโทษ

แม้เวลาจะผ่านไปนานแสนนาน สมาชิกในบ้านที่ทำผิดก็ยอมรับผิดแล้วทุกทาง แต่บางครั้งก็ดูเหมือนว่า ความโกรธขึ้งในใจยังไม่บรรเทาเบาบางลงไป อีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยได้ก็คือ การ "ปล่อยวาง" ให้อภัย ยกโทษให้กับฝ่ายที่ทำให้เราโกรธเคือง เพราะการถือโทษเอาไว้ หรือทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่กันนั้นจะยิ่งทำให้ "จิตใจ" ของผู้ที่ยึดถือเอาไว้ยิ่งแย่ลง และไม่ได้ทำให้บรรยากาศความขัดแย้งในครอบครัวดีขึ้นแต่อย่างใดด้วยค่ะ
From : Fortune Stars  
Email : IP : 202.144.185.218

ลบ




ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
Captcha
9vHrtpuqCCy2

รหัส
กิฟฟารีน