กิฟฟารีน

กิฟฟารีน

ค้าหาภายในเว็บบอร์ดค้าหาภายในเว็บบอร์ด

อ่านกระทู้ทั้งหมด


มาสร้าง "Happy Mornings" กันเถอะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 พฤษภาคม 2552
ก่อนจะปิดเปลือกตาลงในแต่ละคืน เชื่อว่าคงมีคุณแม่หลายคนคิดเรื่องราวมากมายอยู่ในสมอง เช่น เช้าขึ้นมาจะเตรียมอะไรให้ลูก - สามีทาน, จะต้องปลุกสมาชิกในครอบครัวมาอาบน้ำแต่งตัวกันตอนไหน หรือต้องเช็คความพร้อมกระเป๋า สมุด ดินสอ การบ้านของลูกว่าเสร็จเรียบร้อยไหม เตรียมสตางค์ค่าขนมให้ลูกหรือยัง จะออกจากบ้านกี่โมง ขับรถไปส่งลูกเส้นทางไหนดี ฯลฯ

ด้วยเรื่องราวมากมายบีบคั้นอยู่นี้ จึงทำให้คุณแม่บางท่านเริ่มต้นเช้าวันใหม่พร้อม ๆ กับความเร่งรีบ รีบไปหมดทุกอย่าง นั่นก็ยังไม่ดี นี่ก็ยังไม่เสร็จ หนักเข้า ๆ ความเครียดจะก่อตัวขึ้น และระเบิดก็อาจตกในบ้าน โดนคุณพ่อบ้าง โดนลูกบ้าง โดนสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านบ้าง หรือแม้กระทั่งเจ้าตูบสัตว์เลี้ยงแสนรัก กลายเป็นยามเช้าที่มีบรรยากาศสุดจ๋อย

แต่เราอยากบอกว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นครอบครัวที่ความเครียดยังไม่ทันซึมลึกในสายเลือด หรือครอบครัวที่ความเครียดซึมลงไปถึงดีเอ็นเอแล้วก็ตาม โอกาสฟื้นฟูให้ความสุขในยามเช้ากลับคืนมาก็มีอยู่ และอาจจะง่ายกว่าที่หลายคนคาดคิดเอาไว้ด้วย

เคล็ดลับความสำเร็จของการดึงความสุขยามเช้าคืนมา ดันความเร่งรีบคืนไป คือ ลูกค่ะ เด็กตัวเล็ก ๆ มีความรับผิดชอบและความสามารถเกินกว่าที่เราคาด การให้เด็กได้รับผิดชอบบางสิ่งบางอย่างเองบ้าง ไม่ใช่คุณแม่ลงไปตระเตรียมให้เสียทั้งหมด จะช่วยลดภาระงานของคุณแม่ลงได้

กิจกรรมง่าย ๆ ที่คุณสามารถปล่อยให้ลูกรับผิดชอบได้ด้วยตัวเองได้แก่ อาบน้ำแต่งตัว, หวีผม, ทานอาหารเช้า, แปรงฟัน, สะพายกระเป๋า ใส่รองเท้า เตรียมตัวไปโรงเรียน ซึ่งในช่วงแรก ๆ ของการมอบหมายภารกิจนั้น คุณแม่อาจต้องคอยเตือน กระตุ้น หรือช่วยเหลือลูกบ้าง และอาจจะดีกว่า หากคุณแม่อาจเปลี่ยนรูปแบบจากการออกคำสั่งให้เด็กทำ เป็นการวาดภาพลำดับขั้น ระบายสีให้สวยงาม แปะไว้บนกำแพงบ้านให้ลูกเห็น และเข้าใจได้ง่าย ๆ

หลังจากเด็กทำได้ครบตามที่คุณแม่บอกแล้ว ก็ควรเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรม"อะไรก็ได้" ตามความต้องการของลูกบ้าง เวลาที่ใช้อาจนานประมาณ 5 - 10 นาที เช่น อ่านหนังสือนิทาน เล่นเกมโปรด เล่นกับสุนัข ฟังเพลง ฯลฯ ให้เด็กได้ผ่อนคลาย และมีความสุข

ระหว่างที่ลูกกำลังปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของตัวเอง ความสนใจจากพ่อแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญ คุณแม่อาจมีการชมเป็นระยะ ๆ เช่น วันนี้หนูหวีผมเรียบร้อยจัง, แต่งตัวได้น่ารักมากจ้ะ ฯลฯ การชมในแง่บวกจะทำให้เด็กรู้สึกดี และอยากทำภารกิจที่คุณแม่มอบหมายให้ต่อไปด้วย หรืออยากจะสนุกกว่านั้น คุณแม่ก็อาจมาช่วยลูก "ทำเครื่องหมาย" ว่าเสร็จไปแล้วกี่ภารกิจ ถ้าบางภารกิจทำได้ดี ทำได้เร็ว คุณแม่อาจแถมโบนัสเพิ่มให้ลูกทำกิจกรรมอย่างที่ชอบได้นานขึ้น เหล่านี้เป็นต้น

อย่างไรก็ดี คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสำหรับกรณีที่ลูกทำภารกิจต่าง ๆ เสร็จไม่ทันเวลาก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องตรงต่อเวลา ไม่ว่าลูกจะแต่งตัวยังไม่เสร็จ ผมเผ้ากระเซิง หรือทานข้าวไม่ทัน ถ้านัดกันแล้วว่าจะออกจากบ้านในเวลาใด ก็ต้องออกให้ตรงตามเวลาที่นัด ส่วนจะไปแต่งตัว หรือทานข้าวต่อในรถ หรือแม้กระทั่งทานข้าวไม่ทัน ก็อาจต้องให้ลูกทนหิวกันบ้าง เป็นบทเรียน

เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกไม่กี่ครั้ง เพราะเด็กจะเรียนรู้ และปรับตัวได้เองว่า เขาจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้กิจวัตรประจำวันของเขาสำเร็จตามเวลา

สุดท้าย สำหรับคุณพ่อ และคุณแม่ แผนฝึกความรับผิดชอบให้ลูก แถมยังช่วยลดความเร่งรีบ + ความเครียดยามเช้าให้แม่แผนนี้จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความอดทนเป็นหลัก ที่สำคัญ ควรเติมความสนุกสนานเข้าไปในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ลูกได้ทำอย่างมีความสุข อาจต้องใช้เวลาบ้างก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ต้องอาศัยเวลาไม่ใช่หรือ

เรียบเรียงข้อมูลจาก parenting.org
From : Fortune Stars  
Email : IP : 202.144.185.218

ลบ




ความคิดเห็นที่ 1 From : แม่น้องโอห์ม

เยี่ยมมากกก ค่ะ เป็นข้อมูลที่ควรนำไปใช้กับวัยอนุบาล
แต่ต้องเริ่มต้นจากตัวแม่ ข พ่อ เองก่อนนะคะ
ขอบคุณนะคะ จะนำไปใช้ดู
Date Time : 2009-08-12 23:48:09 IP: 125.26.167.159

ลบ



ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
Captcha
C6YBgcp2k4u7

รหัส
กิฟฟารีน