กิฟฟารีน

เทคนิคชะลอวัยง่ายๆ ระหว่างเดินทาง

แนะนำเคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่

ประโยชน์ของมันเทศ

คนชนะหนี้ วิธีแก้ปัญหาหนี้ ดีมากๆ โดย มณฑานี ตันติสุข

วิธีที่ท่านขงจื้อ ใช้สอนคนธรรมดา ให้กลายเป็น ยอดคน

ไลโคปี ช่วยต้านโรคร้าย

น้ำมันปาล์มมีอันตรายมาก ใช้น้ำมันหมูทำกับข้าวยังดีกว่า

วิธีแก้ความเบื่อหน่ายต่างๆ

กินอย่างไรจึงจะป้องกันการเกิดโรคไต

อาหารบั่นทอนพลังเพศ

สาเหตุที่ทำคนเสียชีวิตเฉียบพลัน

การสร้างเว็บไซต์ให้ยอดผู้เข้าชมวันละหมื่นห้าคน

หลวงปู่ชา

กิฟฟารีน

ค้าหาภายในเว็บบอร์ดค้าหาภายในเว็บบอร์ด

อ่านกระทู้ทั้งหมด


รับมืออย่างเข้าใจ กับนิสัย"เถียงแหลก"ของลูก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 เมษายน 2552
"เด็กตอนเล็ก ๆ เลี้ยงง่ายมาก ไม่ร้อง ไม่งอแง กินนมอิ่มแล้วก็นอน แต่ทำไมพอโตแล้วเถียงเก่งเหลือเกิน"

มีคุณพ่อคุณแม่หลายคนที่คิดตรงกันกับประโยคข้างต้น และอาจกำลังเหนื่อยใจกับการรับมืออาการ "ดื้อ - เถียงแหลก" ของลูก ๆ อยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้ และโดยทั่วไปแล้ว ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็มักจะไม่พอใจเมื่อเด็กตัวเล็ก ๆ เถียงกลับ และมักเกิดอารมณ์ขุ่นมัว บ่นว่า ตำหนิติเตียนเด็ก ๆ ซึ่งการกระทำเช่นนั้นล้วนแล้วแต่ทำให้ปัญหาลุกลามไปมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นเพียงเพราะเด็ก "เรียนรู้" ว่าการเถียงจะทำให้เขาได้มาในสิ่งที่ต้องการ

พฤติกรรมการเป็น "เจ้าหนูจอมเถียง" ที่ไม่น่ารักดังกล่าวสามารถแก้ไขให้หายได้ ด้วยการเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาที่อาจเกิดได้จาก

1. มีผู้ใหญ่ให้เลียนแบบ

ถ้าลูกน้อยกลายเป็นคนที่ชอบโต้เถียง บางครั้งอาจมาจากการที่เด็กซึมซับพฤติกรรมในบ้านของผู้ใหญ่ ทั้งการพูดจา การใช้โทนเสียง พ่อแม่อาจลองสังเกตดูว่ามีใครในบ้านที่แสดงพฤติกรรมอย่างนั้นออกมาให้เด็กเห็นหรือเปล่า ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพ่อแม่ หากรวมถึงปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอา พี่เลี้ยง เพื่อนบ้าน ฯลฯ ถ้ามีคนที่มีพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ใกล้ ๆ กับเด็ก พ่อแม่ก็ไม่ควรจะตำหนิ หรือลงโทษลูก ๆ แต่ควรบอกกล่าวให้ผู้ใหญ่ให้เพลา ๆ พฤติกรรมดังกล่าวลงเสีย ก่อนที่เด็กจะเลียนแบบจนกลายเป็นคนไม่น่ารัก

2. ขาดคนสนใจ

มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าตัวเองขาดรัก และไม่มีใครสนใจพวกเขา รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่พร้อมจะโต้เถียงกับทุกคน แต่นั่นเป็นการทำไปเพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ทั้งหลาย และเด็ก ๆ ก็ไม่สนใจแล้วว่า เมื่อทำออกไปแล้วผลที่ได้กลับมาจะเป็นอย่างไร อย่างน้อย เขาก็ได้รับความสนใจมาแล้วนี่นา

ทางแก้ของปัญหานี้มีหลายแบบ เช่น จับลูกมาคุยกันแบบจริงจังว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย พร้อมกับบอกลูกว่าพฤติกรรมแบบไหนถึงจะน่ารัก และยอมรับได้

แต่เด็กบางคนก็ยังไม่หยุด เมื่อมาถึงตอนนี้ อีกหนึ่งทางออกที่จะช่วยได้ก็คือ "ไม่สนใจ"

ส่วนหนึ่งผู้ใหญ่ต้องเข้าใจว่า มีเด็กบางคนเกิดการเรียนรู้ว่า การดื้อ หรือการเถียง นั้นสามารถดึงผู้ใหญ่ให้รู้สึกหงุดหงิด หรือให้มาสนใจเขาได้ นั่นก็หมายความว่า เกมครั้งนี้ พวกเด็ก ๆ ชนะ เพราะสามารถดึงผู้ใหญ่ให้มาอยู่ในการควบคุมของเขาได้ ดังนั้นการที่ผู้ใหญ่ไม่สนใจจะช่วยให้เด็กดื้อกลุ่มนี้เข้าใจได้เสียทีว่า พฤติกรรมเหล่านั้น "ไม่เวิร์ก"

เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก จนลูกเลิกงอแง และสงบสติอารมณ์ได้ พ่อแม่ก็ควรจะพาลูกมานั่งคุยกัน และบอกถึงพฤติกรรมดี ๆ ที่พวกเขาควรทำเพื่อที่เขาจะได้กลายเป็นเด็กน่ารักในสายตาของพ่อแม่ค่ะ

เรียบเรียงจาก more4kids.info
From : Fortune Stars  
Email : IP : 202.144.185.218

ลบ




ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
Captcha
f3hKe2BfN5QY

รหัส
กิฟฟารีน