กิฟฟารีน

กิฟฟารีน

ค้าหาภายในเว็บบอร์ดค้าหาภายในเว็บบอร์ด

อ่านกระทู้ทั้งหมด


จับคนโกหกชอบทำหน้าตายสงบนิ่งเพราะต้องใช้สมาธิหนัก

นักวิจัยศึกษาครั้งใหม่พบว่า เลิกคิดเสียทีว่า คนพูดโกหกจะแสดงอาการกระสับกระส่าย กะพริบตาอย่างตื่นกลัว เกาจมูก และเอามือตบท้ายทอย ตรงกันข้าม เขากลับมีท่านิ่งเฉยเหมือนกับตุ๊กตาหิน ควบคุมการกะพริบตา เพื่อจะเก็บอาการเอาไว้

หากว่าเขาจะทำมือทำไม้ ก็จะทำอย่างเลย เถิด เพื่อจะปกปิดความไม่ซื่อสัตย์ของตน จะยื่นแขนออกไป หรือไม่ก็กระทุ้งลมเป็นจังหวะ เพื่อจะย้ำประเด็นของตนซามันทา มานน์ นักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยปอร์ทสมัธแห่งอังกฤษ หัวหน้าคณะศึกษา กล่าวว่า คนทั่วไปมักจะเชื่อกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่า ยิ่งพูดเท็จ คนมักจะชอบเกาจมูก ลูบและแตะผมถี่ขึ้น เพราะคิดกันว่าคนโกหกจะขวัญอ่อน ท่าทางไม่น่าไว้ใจ มีความกระวนกระวาย “แต่เราได้พบในการศึกษาว่า คนที่กำลังโกหกจะต้องใช้ความคิดหนักขึ้น และเมื่อกำลังคิดหนัก จะต้องพยายามให้อยู่นิ่งๆขึ้น แทบจะไม่ขยับเขยื้อนเลย เพราะเขาต้องใช้สมาธิหนักขึ้น”

รายงานการศึกษาซึ่งเผยแพร่ในวารสารวิชาการ “พฤติกรรมเงียบ” ได้ทำกับอาสาสมัคร 130 นาย ซึ่งถูกสั่งให้พูดจริงและพูดเท็จเป็นคราวๆ ไป ได้บรรยายว่า ในการทำมือทำไม้ประกอบ คนพูดเท็จเมื่อทำมือประกอบคำว่าหัวใจ หรือทำมือแสดงถึงขนาด จะทำท่าทางถี่ขึ้นกว่าเมื่อพูดความจริง 25 ครั้ง.

From: webboard.yenta4.com/topic/440138
From : Fortune Stars  
Email : IP : 124.121.24.54

ลบ



ยังมีหน้าต่อไปอีก >>> [ 1 ]         [ 2 ]        


ความคิดเห็นที่ 1 From : Fortune Stars

วิธีจับโกหก ได้ผลชะงักจังงัง

ความจริงแล้วการโกหกอาจเป็นสิ่งจำเป็นในบางครั้ง เช่นการโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ แต่ถ้าการโกหกนั้นมาจากเพื่อนหรือคนที่คุณรัก ซึ่งเขาทำเพื่อปกปิดคุณและเมื่อคุณรู้ความจริงก็จะเจ็บปวดแสนสาหัส นั่นคือการโกหกที่เลวร้าย เราจะช่วยปกป้องคุณจากความเลวร้ายนั้น ด้วยวิธีจับโกหกที่ได้ผลชะงัดนัก (แต่ก็อย่าใช้พร่ำเพรื่อตลอดเวลาล่ะ…เพราะมันจะทำให้คุณไม่สบายใจเอง)

ท่าทางส่อพิรุธ
คุณเคยสงสัยว่าพ่อตัวดีของคุณหายไปไหนมาเมื่อคืนใช่ไหม ? พอคุณถามไปเขาก็จะเหยียดหลัง ถอนหายใจแล้วก็จะค่อยๆ พูดอะไรกลับไปกลับมาซึ่งคุณก็เริ่มสงสัยว่า คุณถูกหลอกแล้ว นี่คือสัญลักษณ์ท่าทางส่อพิรุธบางอย่างนะคะ

สายตาเฉไฉ
พ่อตัวดีของคุณเริ่มอธิบายพร้อมสอดส่ายสายตาไปทุกๆ ที่แต่ไม่กล้ามองที่คุณ บางทีก็มองผ่านๆ คุณไปแล้วก็แกล้งหันมามองคุณอีกซักครั้งสองครั้ง

ปริ๊บ ปริ๊บ ปริ๊บ
คนปกติจะกระพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที แต่ถ้าคนที่กำลังเขินหรือตกประหม่าจะกระพริบตาเร็วและบ่อยขึ้น ถ้าหากว่าแฟนคุณกระพริบตาเร็วและบ่อยกว่าปกติ เขาอาจเก็บอะไรบางอย่างหรือเก็บใครบางคนไว้ในใจ

ปกปิดตัวเอง
คนที่กำลังโกหกมักไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เขากำลังโกหก ถ้าคุณลองถามเรื่องเมื่อคืนของเขา เขาอาจยืนถือกระเป๋าบังตัวเองไว้ หรือไม่ก็กอดอก

คำพูดซ่อนความคิด
สมมุติว่าคุณกำลังสงสัยว่าเพื่อนรักปกปิดอะไรบางอย่าง คุณอาจสังเกตเธอจากน้ำเสียงเหล่านี้ได้

เสียงประหลาด
เวลาที่คนเราโกหก เสียงจะแปลกออกไป โดยมากจะมีเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย เช่นคำว่า “เปล๊า…” ไม่เชื่อไปถามเพื่อนคุณสิว่า “เธอแอบไปบอกตั้มว่าฉันแอบปลื้มเขาเหรอ ?” เสียงที่เพื่อนคุณเปล่งออกมาจะแปร่งๆ หู เช่นสูงไป ต่ำไป บางทีก็กลายเป็นเสียงกระซิบ

ตะคอก !!
คนโกหกหลายคนมักยืนยันความซื่อสัตย์ของตัวเองโดยการตะโกนหรือตะคอกด้วยความโมโหรำคาญ ความจริงมีอยู่ว่ายิ่งเธอตะโกนว่า “ไม่!!!” ดังมากแค่ไหน คำว่า “ใช่” ก็ดังแค่นั้น

เวอร์จัง
ถ้าคุณถามเพื่อนคุณว่าเธอเผยความลับของคุณหรือเปล่า แล้วเธอก็พูดเร็วและชัดเจนเหมือนพิธีกร MTV แสดงว่าเธอเตรียมการมาดีแล้ว และมักพูดคำว่า “แบบว่า หรือ จริงๆนะ” อยู่บ่อยๆ

ประดิษฐ์เรื่องราว
เชื่อหรือเปล่าว่าคนส่วนใหญ่จะคิดประดิษฐ์เรื่องราวต่างๆ นาๆ ได้อย่างน่าเกลียด และน่าตลก โดยเรื่องราวนั้นมักมีลักษณะดังนี้

เรื่องพลิกแพลงไปมา
แม้ว่าเรื่องน่าจะดูธรรมดาๆ แต่คนโกหกมักพลิกแพลงเรื่องจนฟังดูเหลือเชื่อสุดๆ สมมุติว่าเพื่อนคุณโกหกว่าเธอไปเยี่ยมยาย ทั้งที่แอบไปดูหนังกับใครไม่รู้โดยไม่ชวนคุณ เธอจะเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่ไปกับยายอย่างลึกลับซับซ้อน ทั้งๆ ที่…แค่เธอไปเยี่ยมยายเท่านั้นเอง..(จริงๆ นะ)

ซ้อมมาอย่างดี
คนโกหกมักจะเตรียมการอย่างดี เรื่องที่เธอหรือเขาเล่ามาจะไหลลื่นมากเกินไป คุณลองดักคอเพื่อนดูซิ โดยการถามเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เธอเล่าเลย เช่น “เธอกินข้าวหรือยัง?” เพื่อนของคุณจะงงๆ แล้วตอบผิดๆ ถูกๆ

ย้ำทุกคำ
เรื่องที่คนโกหกเล่ามักจะย้ำชัดทุกคำ โดยเฉพาะคำว่า ไม่ได้ไป เปล่าทำ ไม่เคยพูด

การพูดคำว่า “เปล่า” ในสถานการตึงเครียดสามารถตัดสินได้ว่าเค้าพูดจิงหรือโกหก

-- คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วขยับตัวไปมาบนเก้าอี้ และอาจไขว่ห้างมักจะกำลังโกหกเสมอ
-- คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วหันมองทางอื่นแทบจะในทันที เช่นมองออกนอกหน้าต่างหรือมองไปที่ผนังเข้ากำลังโกหก
--คนที่บอกว่า “เปล่า” แล้วจู่ๆก็หลับตาลงแสดงว่าเขากำลังโกหก
--คนที่ลังเลแล้วบอกว่า “เปล่า”เขากำลังโกหก
--คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วส่ายหน้าเขากำลังโกหกเขากำลังเน้นสิ่งที่พูดไปแล้วโดยไม่มีเหตผลให้ต้องเน้นแสดงว่าเขากำลังกลบเกลื่อนกำโกหก
--คนที่บอกว่า “เปล่า” ในทันทีเหมือนตกใจที่คุนถามอะไรแบบนั้นเขากำลังโกหก
--คนที่บอกว่า “เปล่า”แล้วสีหน้าเลื่อนลอยเหมือนคิดถึงที่เขาเพิ่งพูดไปแสดงว่าเขาโกหก
--คนที่พูดลากเสียงว่า”ป่าวววววววว”เขากำลังโกหก
--ส่งเสียงคำว่าเปล่า โดยที่เสียงแผ่วลงเขากำลังโกหก
--ส่งเสียงว่า “เปล่า”พร้อมกับสังเกตสีหน้าคนถาม เขาโกหก
--คนที่บอกว่า “เปล่า”แต่เสียงเหมือนกับกำลัง ขอโทษ เช่นเสียใจนะ

ที่มา : www1.lemononline.com/women/your_love/love/index_37.htm
Date Time : 2010-07-08 01:39:57 IP: 124.121.25.129

ลบ



ความคิดเห็นที่ 2 From : Fortune Stars

วิธีจับโกหก 19 วิธี
1. "ชีวิตนี้ผมจะไม่ขอรักใครอีกนอกจากคุณ"(ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 90 คน)
ใครได้ยินคำนี้อย่าหลงดีใจ เพราะเค้าสามารถรักคนใหม่ได้เมื่อต้องเลิกกันไปแล้ว

2. "เธอจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักมากที่สุด" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 85 คน)
แม้เค้าจะแทงกั๊กประมาณว่าถึงจะมีกิ๊กใหม่ในอนาคต เค้าก้อไม่สามารถรักเท่าที่รักเธอ ฟังดูก้ออาจจะเป็นไปได้แหะ

3. "เราจะอดทนเป็นแฟนกันจนแต่งงานในอนาคต" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 95 คน)
เค้าพูดด้วยความรู้สึกแบบเด็กๆที่ยังไม่ได้ผ่านสารพัดร้อยล้านเหตุการณืที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งอาจทำให้ความรักสะดุดเมื่อไหร่ก้อได้

4. "ผมไม่เคยยอมใครขนาดนี้มาก่อน" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 83 คน)
ถ้าเค้าเป็นคนที่นิสัยยอมคน เค้าก้อจะยอมกับผู้หญิงทุกคนนั่นแหล่ะ

5. "สิ่งที่ผมทำลงไป ผมพยายามทำดีที่สุดแล้ว" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 78 คน)
ถ้าเกิดเค้าได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว ต่อให้ผูหญิงคนนั้นหูหนวกหรือตาบอดยังไงก้อต้องรู้สึกได้

6. "ก้อผมเป็นของผมหยั่งงี้มานานแล้ว" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 79 คน)
เค้าพูดเพื่อให้เธอยอมรับนิสัยห่วยแตกของเค้า โดยอ้างความเป็นตัวของตัวเอง

7. "ให้อภัยผมเถอะ ผมจะไม่ได้ทำอีกแล้ว" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 65 คน)
ธรรมดาที่เค้าจะต้องพูดเพื่อใหการอภัยโทษป้องกันชะตาขาด และเธอเชื่อหรอว่าเค้าจะไม่พูดคำนี้อีกและอีกๆๆๆๆ

8. "ไม่รักผมไม่เป็นไร ขอแค่ให้ผมได้รับเธอก้อพอ" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 83 คน)
แค่เธอแสดงให้เห็นว่ายังไงเธอก้อไม่มีวันรักเค้าได้จริงๆ ขี้คร้านจะรีบเด้งตัวเองจากไปภายในไม่กี่วัน พร้อมด้วยคำนินทาเธออีกก้อนใหญ่

9. "คิดถึงจนทนไม่ไหวแล้ว ออกมาเจอกันหน่อยนะ" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 88 คน)
เค้าอาจจะถวิลหาเธอจริงๆแต่ไม่ได้รุนแรงถึงกับจะลงแดงตายเหมือนเธอเป็นยาเสพย์ติดของเค้าขนาดนั้น

10. "ทำไม ผมเลวจนเธอไม่ไว้ใจได้เลยหรอ" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 71 คน)
เมื่อมีความไม่พอใจต่อการกระทำของเค้าในทุกกรณี เค้าจะต้องรีบปกป้องตัวเอง เพื่อแตะเบรค
ความคิดของเธอ

11. "ขอนอนกอดเฉยๆก้อพอ" (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 89 คน)
และ 89 คนนั้นหมายถึงการกอดในครั้งแรกที่ใกล้ชิดตัวกันมากขนาดนั้น แต่จะพุ่งพรวดถึง 95 คนทันที ในการกอดครั้งต่อไป

12. ผมรักนะเลยอยากให้เธอเป็นของผม (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 95 คน)
เพราะถ้ารักจริงทำไมต้องขอเอาเปรียบเราด้วย รักแล้วไม่หน้าด้านขออะไรๆ เรื่องนี้ไม่ได้หรือไง

13. เธอคนนั้นเป็นแค่เพื่อนจริงๆ (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 65 คน)
ไม่มีทางซะหรอกที่เมื่อมีผู้หญิงมากิ๊ก แล้วเขาจะปฏิเสธเจ้าหล่อนเป็นแค่เพื่อน

14. ผู้หญิงคนนั้นเค้ามาชอบผมเอง (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 51 คน)
ฟังแล้วน่าภูมิใจที่พ่อตัวดีมีเสน่ห์เหลือร้าย แต่ช้าก่อนเพราะเพลงของปานนำมาใช้ได้กับคำโกหกคำนี้เสมอ ตบมือข้างเดียว ไม่ดัง

15. เพื่อนมันลากผมไป ผมอยากไปกับมันซะที่ไหนเล่า (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 95 คน)
ถ้าไม่อยากไปจริงๆ แม้เค้ามาฉุดยังไงก้อไม่ยอม ดังนั้นถ้าเค้าไม่ถูกเพื่อนเอาปืนจ่อหัว อย่าไปเชื่อว่า เค้าไม่อยากไปเฮกับเพื่อน

16. ผมไม่ว่างจริงๆ อยากเจอเธอจะตายไป (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 85 คน)
คำว่าไม่มีเวลาว่างของเค้าก้อคือไม่อยากไปเจอเธอนั่นเอง และที่มันไม่ว่างเพราะว่าหายไปเฮกับเพื่อนๆ หรือกิจกรรมที่เร้าใจกว่าของเค้า

17. ไม่มีทางที่ผมจะเห็นเพื่อนสำคัญมากกว่าเธอ (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 51 คน)
ซึ่งเป็นที่รู้ๆกันดีอยู่ว่าคำพูดผู้ชายจะพูดกับผู้ร่วมแก๊งว่าเฮ้ย กรูน่ะไม่เคยเห็หญิงสำคัญกว่าเพื่อนอยู่แล้ว

18. มีอะไรเราต้องไม่ปิดบังกันทุกเรื่อง (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 64 คน)
แม้จะรักกันปานหายใจปอดเดียวกัน แต่เชื่อเหอะว่าทุกคนบ่อมมีความลับของตัวเองบ้าง และผู้ชายไม่มี วันคายความลับของตัวเองออกมาอย่างแน่นอน

19. ถ้าวันไหนต้องเลิกกัน ผมยังจะห่วงเธอเหมือนเดิม (ชาย100คน โกหกเรื่องนี้ถึง 95 คน)
มันไม่มีทางจะเป็นไปได้อยู่แล้ว อย่างน้อยที่สุดก้อไม่มีทางว่าจะห่วงใยกันได้เท่าเดิม

From: www.prontera.in.th/forums/index.php?showtopic=40904
Date Time : 2010-07-08 01:44:52 IP: 124.121.25.129

ลบ



ความคิดเห็นที่ 3 From : Fortune Stars

วิธีจับโกหก

1. เวลาพูดเขาจะจับอวัยวะเหล่านี้ - จมูก การจับจมูกเป็นการ detect การโกหกที่ชัดที่สุด เพราะเวลาเราโกหก เลือดจะไปคั่งที่จมูก - จับหูโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะหูขวา (เพราะการโกหก ใช้สมองซีกซ้ายครับ สมองซีกซ้ายจะคุมร่างกายส่วนขวา

2. ถูคอ แปลว่า..."รับปาก แต่ที่จริงเขาไม่แน่ใจว่าจะทำตามนั้นได้หรือไม่" หรือเขี่ยๆตาตัวเอง (แสดงว่ากำลังคิดหรือหาทางให้มือสัมผัสอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เปิดไต๋ได้) เป็น body language ของ"อาการลำบากใจ"

3. เวลาคุณถามเกี่ยวกับความทรงจำ เช่น วันนี้ไปไหนมา คนที่"กำลังนึกจริงๆ"จะกลอกตาไปด้านซ้ายหรือไม่ก็เพ่งตรงจุดกลาง เพราะสมองส่วนนั้นเป็นความจำที่เพิ่งผ่านมา แต่ถ้ากลอกตาไปด้านบนขวา คือกำลังนึกเรื่องโกหกอยู่

4. จะหยุดนิดนึงก่อนตอบคุณ ไม่ตอบทันที เพราะ"กำลังคิดหาคำตอบ"

5. หาเรื่องโวยวายใส่คุณทันทีทั้งที่คุณถามคำถามง่ายๆ เรียกว่า reverse psychology คือทำให้คุณตกเป็นฝ่ายโดนเขาซักซะ แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายโดนซัก (ผู้ชายเป็นบ่อยตอนโดนแฟนถามถึง"เบอร์แปลกๆ" แกจะโวยวายใหญ่โตขึ้นมาทันที หาว่าผู้หญิงขี้ระแวง ยุ่งย่าม วุ่นวาย... แน่ะ-ใช้อารมณ์ฟึดฟัดเข้าข่ม)

6. กะพริบตาบ่อยๆ แสดงถึงการพูดไม่จริง (เวลาดูพวกนักการเมืองในทีวีที่ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่จริง ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ได้ทำ เขาจะฝึกจ้องตาผู้ถามได้เก่งมาก ไม่มีล่อกแล่ก แต่...มันจะมีกะพริบตานิดๆเสมอ ตรงข้ามกับคนพูดจริง เขาจะจ้องตาคุณแบบไม่กระพริบ ไม่มองที่อื่นเลย)

7. มือมักเก็บไว้ใต้โต๊ะ (กรณีที่สาวๆ หลายคนบอกว่า"เขาจ้องตาหนูนะคะ" (แบบ"โกหกตาใส") ให้ลองดูมือเขาอ่ะค่ะ มือเขาจะไม่วางบนโต๊ะและแบออก ซึ่งเป็นท่า "เปิดเผย จริงใจ" ตาจ้อง แต่มือปิด กำแน่น หรือหลบใต้โต๊ะ...ชะ..ไอ้หมอนี่โกหกชัวร์)

From: board.palungjit.org/f6/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2-108646.html
Date Time : 2010-07-08 01:54:17 IP: 124.121.25.129

ลบ



ความคิดเห็นที่ 4 From : Fortune Stars

วิธีจับโกหกและ23อาการคนนอกใจ
วิธีจับผิดคนโกหก สังเกตง่ายๆ ดังนี้

1.เวลาพูดมักจะไม่สบตา [เพราะกลัวมีอาการที่ไม่พึงประสงค์]

2.หัวเราะแบบไม่มีเหตุผล [ทำเป็นตลกเพื่อกลบเกลื่อนความผิด]

3.โมโหง่ายพูดอะไรทำเป็นเดินหนี

4.โทษทีนะวันนี้ไม่ว่างจริงๆ[ใช้ตอนที่คิดอะไรไม่ทัน]

5.เดินหนีไปเลย หรือไม่ก็วางหูไปเลยเวลาคุยโทรศัพท์กัน

6.ไม่เชื่อใจเค้าเหรอตัวเอง [ไอ้บ้า ใครจะเชื่อแกล่ะ]

7.หรือไม่ก็ทำท่าเสียใจเพื่อให้เราสงสาร [ ฮือๆๆๆๆทำไมคิดกับเค้าแบบนี้ล่ะตัวเอง ]

23 อาการ "คนนอกใจ"

1. อาการแรกเริ่มของคนที่คิดนอกใจ จะเริ่มจากการไม่ให้ความสนใจ หรือความสนอกใจลดน้อยลงไปอย่างรู้สึกได้ชัด และตอบสนองความต้องการของคนข้างกายช้าขึ้นแทบทุกเรื่อง

2. จากเคยโทรหาบ่อยๆก็ไม่โทร เพราะไม่อยากพูดคุย และเอาเวลานี้ไปคุยกับคนอื่น

3. เกิดพฤติกรรมลังเล อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการตกใจเกินเหตุ หรือแม้แต่อาการเห็นด้วยกับคุณไปเสียทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่มันไม่จริง

4. จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นการหาเรื่องทะเลาะ แล้วหนีออกนอกบ้าน ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

5. มักจะได้ยินประโยคที่ไม่เคยได้ยิน เช่น คุณจะอยู่ได้ไหมถ้าเราเลิกกัน หรือผมจะยังรักคุณเสมอถึงแม้เราจะเลิกกันไปแล้ว

6. อารมณ์ใจลอยที่เกิดขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว (พวกซากศพ ไร้วิญญาณ ความรัก ความรู้สึก) แถมมักจะอารมณ์เสียเวลาที่อยู่ใกล้ๆคุณ

7. อาการนิ่งเฉย เหมือนเอาใจออกห่าง

8. สไตล์ที่ชอบเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ แนวการฟังเพลง ที่ชอบป๊อบมานานๆ แล้วปันหูให้เพลงร็อกซะงั้น !?!

9. ความสนใจในครอบครัวของคุณที่ลดน้อยลง เริ่มไม่อยากเอ่ยถึงพ่อแม่ หรือครอบครัวของอีกฝ่าย หรือ จากที่คุณเคยเข้าออกบ้านค้าหรือเธอบ่อยๆก็ลดน้อยลงเช่นกัน

10. เริ่มต้องการขอใช้ชีวิตส่วนตัว หลังจากเมื่อก่อน ได้ใช้ชีวิตคลอเคลียอยู่กับคุณทั้งวันหรือถ้ามีโอกาส

11. เขาเลิกชื่นชมคุณซะดื้อๆ แถมประโยคอย่าง ผมรักคุณ หรือฉันรักคุณ แทบจะไม่ปริออกจากปากให้คู่รักได้ยินอีกเลย

12. เขามักจับผิดคุณในทุกๆ เรื่อง เพื่อชดเชยความผิดของเขา หรือออกอาการหึงหวงโดยหาสาเหตุไม่ได้

13. เขาเริ่มสมาคมกับเพื่อนฝูงอีกครั้ง หลังจากร้างลาวงเหล้ามานาน

14. เขาเลิกพูดถึงเรื่องอนาคตของคุณทั้งสอง แม้คุณจะเฝ้าถามถึงเรื่องแต่งงานและมีลูก

15. เขาไม่ได้แสดงการรักใคร่คุณอีกเลย ไม่มีแม้แต่จะจับมือของคุณก่อน แถมความมีน้ำใจก็เหือดหายไปพร้อมกับความรัก

16. เขาเริ่มอยากมีโลกส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีเบอร์ส่วนตัว ที่ไม่อยากให้คุณรู้ หรือให้คุณรับสายให้ บวกกับวิธีการพูดด้วยน้ำเสียงที่มากเกินเพื่อนแล้วโกหกอย่างหน้าด้านๆว่า "แค่เพื่อนที่โน้น ที่นี่ โทรมาคุย จะเอาอะไรอีกนักหนา ไม่ไว้ใจกันเลยหรือไง"

17. อาการเบื่อหน่ายทางเซ็กซ์ เริ่มปรากฏให้เห็น และยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ แถมยังหันไปฟังเพลงและดูทีวี มากกว่าจะมาจู๋จี๋กับคุณ

18. เขามักสะดุ้งโดยไม่มีเหตุผลเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า คงเพราะอาการไม่แน่ใจว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงใคร หรือเมื่อคืนได้คุยกับใครบ้างที่นอกเหนือกับแฟนตัวจริง

19. อาการของคนรัก เป็นไปอย่างที่คนรอบข้างทัก เพราะคนรอบช้างมักสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในคู่รัก มากกว่าคู่รักจะมองเห็นกันเอง

20. อาการโมโหสุดขีด เมื่อคุณไต่ส่วนถึงกิจวัตรนอกบ้าน เช่น วันนี้ไปไหนมาบ้าง กลับบ้านกี่โมง ไปกับใครบ้าง

21. รูปแบบการนอนเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการนอนหันหลังให้คุณ นอนละเมอ หรือเผลอหลุดปากเรียกชื่อคนอื่น ที่คุณไม่รู้จักมาก่อน หรือแม้แต่เริ่มเอาหมอนข้างมากั้นกลางระหว่างคุณกะเขา

22. อาการอ้ำๆอึ้ง คิด พูด ตอบ หาสาเหตุ และเหตุผลไม่ได้ว่า นอกใจไปได้อย่างไร ไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น หนีความจริง ไม่ยอมรับความจริง ไม่แก้ไข และตอบไม่ได้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตนับตั้งแต่นอกใจกัน

23. พูดแก้ตัวไปว่า ตอนนี้เบื่อๆ อยากอยู่คนเดียว
Date Time : 2010-07-08 02:00:29 IP: 124.121.25.129

ลบ



ความคิดเห็นที่ 5 From : Fortune Stars
นักวิจัยอังกฤษพัฒนาเซนเซอร์จับอารมณ์ที่แสดงออกทางใบหน้าก็สามารถบอกได้ว่าใครโกหก อาศัยระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้กล้องบันทึกวิดีโอ เซนเซอร์จับภาพทางความร้อนความละเอียดสูงและชุดอัลกอริทึม คาดจะเป็นตัวช่วยอย่างดีในงานบริการความปลอดภัย

ศ.ฮัสสัน ยูเกล (Prof.Hassan Ugail) จากมหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ด (Bradford University) สหราชอาณาจักร หัวหน้าทีมวิจัยผู้พัฒนาตรวจจับการโกหกโดยอาศัยกล้องภาพอารมณ์บนใบหน้ากล่าวว่า ระบบที่เขาและทีมพัฒนาขึ้นมานั้นประสบความสำเร็จในการจำแนกความจริงกับเรื่องเท็จได้ 2 ใน 3 ของกรณีตัวอย่างในการศึกษา

ระบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือของทีมมหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ดและทีมจากมหาวิทยาลัยแอบเบอรีสไทส์ (Aberystwyth University) ซึ่งบีบีซีนิวส์รายงานว่าเป็นผลจากการวิจัยที่ใช้เวลาหลายปีเพื่อทำความเข้าใจว่าเราแสดงอารมณ์ออกมาอย่างไม่รู้ตัว โดยการเปลี่ยนสีหน้าเพียงเล็กน้อยและมีลักษณะการไหลเวียนโลหิตไปยังผิวหนังของเราอย่างไร

ทั้งนี้ เราแสดงอารมณ์โดยการเคลื่อนไหวลูกตา ขยายตาดำ ขบกัดหรือเม้มริมฝีปาก ย่นจมูก หายใจ กลืนน้ำลาย กระพริบตา หรือทำใบหน้าบิดเบี้ยว ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้เป็นสัญญาณที่จับได้ด้วยกล้องของระบบที่พัฒนา และแม้กระทั่งเส้นเลือดรอบๆ ดวงตายังไม่อาจหนีพ้นการตรวจจับของเซนเซอร์วัดความร้อน

การตรวจจับการโกหกแบบเดิมๆ นั้นต้องอาศัยเครื่องจับเท็จ (polygraph) ที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 1921 ซึง่มีการรุกล้ำร่างกายอย่างมากจากสายอุปกรณ์ที่ใช้แปะผิวหนังเพื่อวัดสัญญาณ แต่เครื่องจับเท็จแบบใหม่นี้ทางบีบีซีนิวส์บอกว่าจะไม่มีอุปกรณ์ที่รุกล้ำผู้ถูกทดสอบ และยังให้ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ได้ทันที

“เรารวบรวมงานศึกษาด้านการแสดงออกทางสีหน้า เทคโนโลยีการประมวลภาพเชิงความร้อนที่เพิ่งได้รับการพัฒนา เทคนิคการติดตามภาพวัตถุและอัลกอริทึมใหม่ของเราเข้าไว้ในระบบปฏิบัติการเพียงหนึ่งเดียว” ศ.ยูเกลกล่าว

อย่างไรก็ดี จนบัดนี้ทีมวิจัยได้ทำการทดสอบเครื่องจับเท็จในกลุ่มอาสาสมัครเท่านั้น ยังไม่มีการใช้เครื่องจับเท็จนี้ในชีวิตจริง สถานการณ์ที่มีการเดิมพันสูง แต่ปลายปีนี้พวกเขาวางแผนที่จะนำอุปกรณ์ทดสอบนี้ไปใช้ที่สนามบินของอังกฤษ ซึ่งอาจจะได้ทำการทดสอบเครื่องไปพร้อมกับชุดตรวจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหลังจากนั้นจะได้ทดสอบอัลกอริทึมของพวกเขากับผลสรุปสำนักงาน

“ในความเป็นจริง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดสูง เราอาจจะได้ผลสำเร็จค่อนข้างสูง” ศ.ยูเกลกล่าว โดยเขาเชื่อว่าอุปกรณ์ที่เขาพัฒนาขึ้นมานั้นจะตรวจจับได้ถึง 90% ของคนที่โกหก ซึ่งเป็นประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับเครื่องจับเท็จ

หากแต่ทีมวิจัยยอมรับว่าการทดสอบนี้ไม่มีทางแม่นยำได้ 100% เพราะสิ่งที่พวกเขาตรวจจับคืออารมณ์ เช่น ความกังวลใจ ความกลัวหรือความไม่ไว้วางใจ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่การแสดงออกของการโกหก อย่างความกลัวนั้นบางครั้งอาจเป็นความกลัวว่าจะมีคนไม่เชื่อ มากกว่าเป็นความกลัวจากการถูกจับได้

From: www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9540000117898
Date Time : 2011-09-15 22:13:06 IP: 119.31.24.232

ลบ


ยังมีหน้าต่อไปอีก >>> [ 1 ]         [ 2 ]        


ข้อความ
ผู้ Post
PicPost รูปไม่เกิน 100 Kb(jpg เท่านั้น)
   
Captcha
8jwhr@m$9sZD

รหัส
กิฟฟารีน